<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-4925210476965348542</id><updated>2011-11-28T07:24:07.326+07:00</updated><title type='text'>Eak</title><subtitle type='html'>คนรักคอม</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://eak3000.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4925210476965348542/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://eak3000.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>EAK</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16450560002212309696</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>16</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4925210476965348542.post-4138903391702544817</id><published>2008-02-07T20:11:00.000+07:00</published><updated>2008-02-07T20:19:22.732+07:00</updated><title type='text'>การแก้ปัญหาครื่องแฮงค์</title><content type='html'>เครื่องแฮงค์เพราะไดรเวอร์&lt;br /&gt;ไดรเวอร์คือ โปรแกรมที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการประสานงานระหว่างฮาร์ดแวร์และระบบปฏิบัติการหรืออธิบายง่ายๆ ก็คือคอยทำหน้าที่แนะนำให้ระบบปฏิบัติการรู้จักและทำงาน ร่วมกับฮาร์ดแวร์ได้นั่นเอง ดังนั้นหากอุปกรณ์ตัวไหนที่ไม่ได้ลงไดรเวอร์ ก็อาจทำให้ระบบปฏิบัติการไม่รู้จัก จึงไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ ดูแล้วไดรเวอร์ ไม่น่าจะเป็นตัวที่ทำให้เกิดปัญหาใช่มั้ยครับ แต่เนื่องจากว่า บางครั้งไดรเวอร์ที่เป็นเวอร์ชั่นใหม่ไม่สามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์ตัวเก่าได้ มีผู้ใช้หลายคนยกเครื่องมาให้ ช่างคอมพิวเตอร์ตรวจเช็คเนื่องจากปัญหาเครื่องแฮงค์บ่อยพอสอบถามถึงปัญหาก็พบว่าผุ้ใช้ได้เคยอัพเดท ไดรเวอร์รุ่นใหม่ที่ดาวน์โหลดมาจากเว็บไซต์บนอินเทอร์เน็ต ดังนั้นเมื่อตรวจเช็คแล้วก็พบว่าไดรเวอร์ที่ผุ้ใช้ อัพเดทนั้นเป็นไดรเวอร์รุ่นทดสอบที่หลายเว็บไซต์มักชอบนำมาให้ดาวน์โหลดไปทดสอบกันดูก่อน เมื่อไดรเวอร์ยังไม่สมบูรณ์ จึงยังไม่สามารถทำงานเข้ากับฮาร์ดแวร์ บางตัวได้จึงทำให้เกิดปัญหาเครื่องแฮงค์ นั่นเอง ซึ่งปัญหานี้พบได้บ่อยมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาของช่างคอมพิวเตอร์ก็คือ ให้สอบถามพฤติกรรมการใช้งานของ ผู้ใช้ก่อน หากพบเครื่องที่มีอาการแฮงค์หลังจากที่ผู้ใช้อัพเดทไดรเวอร์ลงไปให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าเกิดจากสาเหตุนี้ วิธีแก้ปัญหาก็คือให้จัดการถอดไดรเวอร์ที่มีปัญหานั้นทิ้งไป แล้วลงไดรเวอร์ตัวเก่าที่เคยใช้งานได้ดีกลับไปเหมือนเดิม โดยมีขั้นตอนดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ให้คลิกขวาที่ไอคอน My Computer &gt; Properties&lt;br /&gt;2. ที่หน้าต่าง System properties ให้คลิกแท็ป Device Driver&lt;br /&gt;3. จากนั้นคลิกขวาที่ไดรเวอร์ของอุปกรณ์ที่มีปัญหา แล้วเลือกคำสั่ง Remove ไดรเวอร์นั้นออกไปแล้วลงไดรเวอร์ตัวเก่าที่เคยใช้งานได้ดีกลับไปเหมือนเดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่บางครั้งไดรเวอร์ที่มากับอุปกรณ์ตั้งแต่ตอนแรกที่ซื้อมา ก็อาจทำให้มีปัญหาได้เหมือนกัน โดยจะ พบบ่อยมากในไดรเวอร์ของการ์ดแสดงผล 3 มิติ และซาวด์การ์ดยี่ห้อโนเนมทางแก้ปัญหาคือ ต้องไปดาวน์โหลดไดรเวอร์เวอร์ชั่นใหม่จากเว็บไซต์ของผู้ผลิตอุปกรณ์ยี่ห้อที่ใช้อยู่เท่านั้น ไม่ควรไปดาวน์โหลดจากเว็บไซต์อื่น เพราะจะทำให้เกิดปัญหาตามมาได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เครื่องแฮงค์เพราะโปรแกรมแอพพลิเคชั่น&lt;br /&gt;หลายครั้งที่อาการแฮงค์มักเกิดหลังจากโปรแกรมที่ติดตั้ง อยู่ในเครื่องเข้ากันไม่ได้ บางไฟล์ของโปรแกรมตัวหนึ่งอาจเข้าไปเปลี่ยนแปลงไฟลืบางตัวของระบบปฏิบัติการจึงทำให้เกิดปัญหาขึ้นตามมาได้ ส่วนใหญ่มักเกิดจากไฟล์นามสกุล DLL ซึ่งเป็นไฟล์สาธารณะของระบบปฏิบัติการ ที่มักจะมีหลายโปรแกรมที่เราติดตั้ง เข้ามาขอใช้ไฟล์นามสกุล DLL ด้วย แต่บางโปรแกรมก็มีไฟล์ DLL เวอร์ชั่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าไฟล์ DLL ตัวเดิมของระบบปฏิบัติการ เมื่อเราติดตั้งโปรแกรมนี้ลงไปมันก็จะเขียนไฟล์ DLL ตัวใหม่ทับตัวเก่าทันที จึงทำให้เกิดปัญหาเครื่องแฮงค์ตามมา เพราะไฟล์ DLL เวอร์ชั่นใหม่ไม่สามารถทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับแนวทางแก้ไขของช่างคอมพิวเตอร์ก็คือ ให้สอบถามพฤติกรรมของการใช้งานของผู้ใช้ก่อน เมื่อพบเครื่องที่มีลักษณะเครื่องแฮงค์หลังจากที่ผุ้ใช้ลงโปรแกรมตัวใหม่ลงไป ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าอาจ มาจากสาเหตุนี้ วิธีการแก้ไขก็คือ หากเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบนวินโดวส์ 98 / Me ให้บูตเครื่องด้วยแผ่นบูตแล้วพิมพ์คำสั่ง Scanreg / restore เพื่อเป็นการย้อนกลับไปใช้รีจีสทรีที่วินโดวส์ได้แบ็คอัพเก็บไว้ 5 วันหลังสุด ก็ให้เราเลือกวันที่คิดว่ายังไม่เกิดปัญหาเพียงเท่านี้ก็จะสามารถแก้ปัญหานี้ได้ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับวินโดวส์ Me และวินโดวส์ XP ก็สามารถใช้โปรแกรม System Restore เพื่อย้อนกลับไปยังวันที่ไม่เกิดปัญหาได้ โดยสามารถเรียกใช้โปรแกรมได้ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. คลิกปุ่ม Start &gt; Program &gt; Accessories &gt; System Tools &gt; System Restore&lt;br /&gt;2. เมื่อปรากฏโปรแกรม System Restore ขึ้นมาให้คลิกที่ช่อง Restore my computer to earlier time แล้วคลิกปุ่ม Next&lt;br /&gt;3. เลือกวันที่และจุด Checkpoint ที่คิดว่ายังไม่เกิดปัญหา โดยวันที่ที่สามารถย้อนกลับไปได้จะเป็นช่องหนาๆ เมื่อเลือกเสร็จแล้วให้คลิกปุ่ม Next&lt;br /&gt;4. จะมีหน้าต่างแสดงรายละเอียดของวันที่และจุด Checkpoint ที่ต้องการย้อนระบบกลับไป ให้เราคลิกปุ่ม Next แล้วโปรแกรมก็จะเริ่มทำการย้อนระบบกลับไปยังวันที่และจุด Checkpoint ที่เรากำหนด &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4925210476965348542-4138903391702544817?l=eak3000.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://eak3000.blogspot.com/feeds/4138903391702544817/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=4925210476965348542&amp;postID=4138903391702544817' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4925210476965348542/posts/default/4138903391702544817'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4925210476965348542/posts/default/4138903391702544817'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://eak3000.blogspot.com/2008/02/blog-post.html' title='การแก้ปัญหาครื่องแฮงค์'/><author><name>EAK</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16450560002212309696</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4925210476965348542.post-4671615076394508081</id><published>2008-01-11T19:41:00.000+07:00</published><updated>2008-01-11T19:49:57.264+07:00</updated><title type='text'>แนะนำไวรัส</title><content type='html'>ชื่อ : W32.Zafi.D@mm หรือ W32.Erkez.D@mm&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;ชื่อ : W32.Zafi.D@mm หรือ W32.Erkez.D@mm&lt;br /&gt;ชนิด : หนอนอินเทอร์เน็ต (worm)&lt;br /&gt;ชื่ออื่นที่รู้จัก : W32.Erkez.D@mm, Win32.Zafi.D, Zafi.D, W32/Zafi.d@MM, W32/Zafi.D.worm,W32/Zafi-D, WORM_ZAFI.D&lt;br /&gt;ระดับความรุนแรง : ปานกลาง&lt;br /&gt;ระบบปฏิบัติการที่มีผลกระทบ : Windows 2000, Windows 95, Windows 98, Windows Me, Windows NT, Windows Server 2003, Windows XP&lt;br /&gt;ระบบปฏิบัติการที่ไม่มีผลกระทบ : Linux, Macintosh, Microsoft IIS, OS/2, UNIX &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีการแพร่กระจาย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หนอนชนิดนี้สามารถแพร่กระจายผ่านทางอี-เมล์ได้ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเทศกาลคริสต์มาส&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผลกระทบที่เกิดขึ้น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่งอี-เมล์ออกมาเป็นจำนวนมาก : หนอนจะส่งอี-เมล์โดยใช้ SMTP ของหนอนเอง &lt;br /&gt;เครื่องอาจทำงานผิดพลาด : เนื่องจากหนอนจะแก้ไขไฟล์และรีจิสทรี ทำให้เครื่องทำงานผิดพลาดได้ &lt;br /&gt;หยุดการทำงานโปรแกรมป้องกันไวรัส : ส่งผลทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ถูกหนอนชนิดนี้แพร่กระจาย อาจถูกหนอนชนิดอื่นแพร่กระจายเข้ามาได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รายละเอียดทางเทคนิค &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อหนอน W32.Zafi.D@mm ถูกเอ็กซิคิวต์ หนอนจะมีกระบวนการดังนี้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำการสร้างไฟล์ต่อไปนี้ขึ้นมา: &lt;br /&gt;%System%\Norton Update.exe &lt;br /&gt;C:\s.cm (เป็นไฟล์ล็อก) &lt;br /&gt;หมายเหตุ %System% ซึ่งอ้างอิงเป็นโฟลเดอร์ของระบบโดยทั่วไปแล้วจะเป็น &lt;br /&gt;C:\Windows\System (Windows 95/98/Me), C:\Winnt\System32 (Windows NT/2000), หรือ &lt;br /&gt;C:\Windows\System32 (Windows XP).&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำการสำเนาตัวเองเป็นหลายๆ ไฟล์ ในโฟลเดอร์ %System% ด้วยรูปแบบของ .dll ไฟล์ ด้วยชื่อที่แตกต่างกันโดยการสุ่มจำนวนแปดตัวอักษร &lt;br /&gt;ทำการแก้ไขชื่อไฟล์ต่างๆ ที่พบโดยการเพิ่มตัวอักษรลงในชื่อที่มีอยู่เดิม &lt;br /&gt;winamp 5.7 new!.exe &lt;br /&gt;ICQ 2005a new!.exe&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สร้างค่ารีจีสทรีย์ชื่อ Wxp ในเครื่องที่หนอนแพร่กระจายอยู่ &lt;br /&gt;ทำการเพิ่มค่าคีย์&lt;br /&gt;"Wxp4" = "%System%\Norton Update.exe"&lt;br /&gt;ในรีจิสทรีย์คีย์&lt;br /&gt;HKEY_LOCAL_MACHINE\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Run&lt;br /&gt;ในทุกๆครั้งที่มีการรันหนอน &lt;br /&gt;สร้างรีจิสทรีย์คีย์&lt;br /&gt;HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\Wxp4&lt;br /&gt;ทุกๆ ครั้งที่มีการฝังตัว &lt;br /&gt;โดยเครื่องคอมพิวเตอร์จะมีการแจ้งเตือนดังนี้&lt;br /&gt;Title: CRC: 04F7Bh&lt;br /&gt;Message: Error in packed file! &lt;br /&gt;ทำการยกเลิกการทำงานของโพรเซส ต่อไปนี้ &lt;br /&gt;reged &lt;br /&gt;msconfig &lt;br /&gt;task&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีการเรียกไปยังโดเมน microsoft.com &lt;br /&gt;เปิด back door ที่ TCP พอร์ต 8181 และรอการโจมตีของผู้ไม่ประสงค์ดี &lt;br /&gt;ทำการเปิดแชร์ ไฟล์.exe ในโฟลเดอร์ที่มี String ดังนี้อยู่ &lt;br /&gt;syman &lt;br /&gt;viru &lt;br /&gt;trend &lt;br /&gt;secur &lt;br /&gt;panda &lt;br /&gt;cafee &lt;br /&gt;sopho &lt;br /&gt;kasper&lt;br /&gt;และทำการยกเลิกการทำงานของไฟล์ exe ทั้งหมดที่พบ &lt;br /&gt;ค้นหาอี-เมล์แอดเดรสจากโฟลเดอร์ระบบบนเครื่องที่ถูกหนอนชนิดนี้แพร่กระจาย &lt;br /&gt;ทำสำเนาตัวเองและส่งไปให้คอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ โดยใช้รูปแบบ SMTP หรือผ่านทางอี-เมล์ &lt;br /&gt;วิธีกำจัดหนอนชนิดนี้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การกำจัดหนอนแบบอัตโนมัติ วิธีที่ 1 &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดาวน์โหลดโปรแกรม Sysclean.com จากเว็บไซต์ http://www.trendmicro.com/ftp/products/tsc/sysclean.com &lt;br /&gt;ดาวน์โหลดไฟล์ pattern ชื่อ lptxxx.zip จาก http://www.trendmicro.com/download/pattern.asp &lt;br /&gt;หมายเหตุ xxx แทนตัวเลขเวอร์ชันล่าสุดของไฟล์ pattern&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แตกไฟล์ lptxxx.zip นำไฟล์ชื่อ lpt$vpn.xxx เก็บไว้ในโฟลเดอร์เดียวกับไฟล์ Sysclean.com ที่ได้จากข้อ 1 &lt;br /&gt;ตัดการเชื่อมต่อเครือข่าย &lt;br /&gt;หยุดการทำงานทุกโปรแกรม รวมทั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสด้วย &lt;br /&gt;จากนั้นรันไฟล์ Sysclean.com จะปรากฏไดอะล็อกให้ทำการสแกนโดยกดปุ่ม Scan &lt;br /&gt;เริ่มต้นการใช้งานโปรแกรมป้องกันไวรัสอีกครั้ง &lt;br /&gt;ทำการปรับปรุงฐานข้อมูลไวรัสที่ใช้อยู่แล้วทำการสแกนอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าเครื่องที่ใช้งานอยู่ไม่มีไวรัส &lt;br /&gt;ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับวินโดวส์ ME: &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หมายเหตุ: ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ME ใช้ backup utility สำหรับ backup ไฟล์โดยอัตโนมัติไว้ที่โฟลเดอร์ C:\_Restore ดังนั้นไฟล์ที่ติดเชื้อสามารถถูกเก็บไว้เป็นไฟล์ backup ได้ และ โปรแกรมป้องกันไวรัสจะไม่สามารถลบไฟล์เหล่านี้ได้ จึงต้องทำการยกเลิกการใช้งาน Restore Utility ตามขั้นตอนดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คลิ้กขวาที่ไอคอน My Computer บน Desktop และ เลือก Properties&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เลือกแถบ Performance&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กดปุ่ม File System&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เลือกแถบ Troubleshooting&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใส่เครื่องหมายเลือก "Disable System Restore"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กดปุ่ม Apply&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กดปุ่ม Close&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กดปุ่ม Close อีกที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อมีหน้าต่างขึ้นมาถามว่าจะรีสตาร์ทเครื่องหรือไม่ ให้กด Yes&lt;br /&gt;หมายเหตุ: ตอนนี้ Restore Utility ถูกยกเลิกแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากเรียกใช้งาน Fix tools เรียบร้อยแล้ว เปิดหาตำแหน่งของไฟล์เหล่านั้นได้จากโฟลเดอร์ C:\_Restore และกำจัดออก&lt;br /&gt;หลังจากกำจัดเรียบร้อยแล้วก็รีสตาร์ทเครื่องให้ใช้งานได้ตามปกติ&lt;br /&gt;หมายเหตุ: การเปิดใช้ Restore Utility อีกครั้ง ให้ทำตามขั้นตอนที่ 1-9 และในขั้นตอนที่ 5 ให้ยกเลิกเครื่องหมายที่เลือก "Disable System Restore" ออก &lt;br /&gt;ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับวินโดวส์ XP &lt;br /&gt;หมายเหตุ: ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ XP ใช้ backup utility สำหรับ backup ไฟล์โดยอัตโนมัติไว้ที่โฟลเดอร์ C:\_Restore ดังนั้นไฟล์ที่ติดเชื้อสามารถถูกเก็บไว้เป็นไฟล์ backup ได้ และ โปรแกรมป้องกันไวรัสจะไม่สามารถลบไฟล์เหล่านี้ได้ จึงต้องทำการยกเลิกการใช้งาน Restore Utility ตามขั้นตอนดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คลิ้กขวาที่ไอคอน My Computer บน Desktop และ เลือก Properties &lt;br /&gt;เลือกแถบ System Restore &lt;br /&gt;ใส่เครื่องหมายเลือก "Turn off System Restore" หรือ "Turn off System Restore on all drives" &lt;br /&gt;กดปุ่ม Apply &lt;br /&gt;กดปุ่ม Yes&lt;br /&gt;หมายเหตุ: ตอนนี้ Restore Utility ถูกยกเลิกแล้ว &lt;br /&gt;หลังจากเรียกใช้งาน Fix tools เรียบร้อยแล้ว เปิดหาตำแหน่งของไฟล์เหล่านั้นได้จากโฟลเดอร์ C:\_Restore และกำจัดออก หลังจากกำจัดเรียบร้อยแล้วก็รีสตาร์ทเครื่องให้ใช้งานได้ตามปกติ&lt;br /&gt;หมายเหตุ: การเปิดใช้ Restore Utility อีกครั้ง ให้ทำตามขั้นตอนที่ 1-5 และในขั้นตอนที่ 5 ให้ยกเลิกเครื่องหมายที่เลือก "Turn off System Restore" ออก &lt;br /&gt;วิธีป้องกันตัวเองจากหนอนชนิดนี้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ควรลบอี-เมล์ที่น่าสงสัยว่ามีไวรัสแนบมา รวมทั้งอี-เมล์ขยะและอี-เมล์ลูกโซ่ทิ้งทันที &lt;br /&gt;ห้ามรันไฟล์ที่แนบมากับอี-เมล์ซึ่งมาจากบุคคลที่ไม่รู้จักหรือไม่มั่นใจว่าผู้ส่งเป็นใครและไม่ทราบว่าไฟล์ดังกล่าวนั้นเป็นไฟล์อะไร ตลอดจนไฟล์ที่ถูกส่งด้วยโปรแกรมประเภทแช็ต (Chat) ต่างๆ เช่น IRC, ICQ หรือ Pirch เป็นต้น &lt;br /&gt;ติดตั้งโปรแกรมต่อต้านไวรัส และต้องทำการปรับปรุงฐานข้อมูลไวรัสเป็นตัวล่าสุดอยู่เสมอ &lt;br /&gt;สร้างแผ่นกู้ระบบฉุกเฉิน (Emergency disk) ของโปรแกรมป้องกันไวรัส และปรับปรุงฐานข้อมูลในแผ่นอยู่เสมอ &lt;br /&gt;ติดตั้งโปรแกรมปรับปรุงช่องโหว่ (patch) ของทุกซอฟต์แวร์อยู่เสมอ โดยเฉพาะ Internet Explorer และระบบปฏิบัติการ ให้เป็นเวอร์ชันใหม่ที่สุด &lt;br /&gt;IE 6.0 Service Pack 1&lt;br /&gt;Windows 2000 Service Pack 4&lt;br /&gt;Windows XP Service Pack 2&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัส และต้องทำการปรับปรุงฐานข้อมูลไวรัสเป็นตัวล่าสุดอยู่เสมอ &lt;br /&gt;ตั้งค่า security zone ของ Internet Explorer ให้เป็น high ดังคำแนะนำที่ http://thaicert.nectec.or.th/paper/virus/zone.php &lt;br /&gt;ทำการสำรองข้อมูลในเครื่องอยู่เสมอ และเตรียมหาวิธีการแก้ไขเมื่อเกิดเหตุขัดข้องขึ้น &lt;br /&gt;ติดตามข่าวสารแจ้งเตือนเกี่ยวกับไวรัสต่างๆ ซึ่งสามารถขอใช้บริการส่งข่าวสารผ่านทางอี-เมล์ของทีมงาน ThaiCERT ได้ที่ http://thaicert.nectec.or.th/mailinglist/register.php &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4925210476965348542-4671615076394508081?l=eak3000.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://eak3000.blogspot.com/feeds/4671615076394508081/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=4925210476965348542&amp;postID=4671615076394508081' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4925210476965348542/posts/default/4671615076394508081'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4925210476965348542/posts/default/4671615076394508081'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://eak3000.blogspot.com/2008/01/blog-post.html' title='แนะนำไวรัส'/><author><name>EAK</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16450560002212309696</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4925210476965348542.post-9201848619685326380</id><published>2007-12-31T15:40:00.000+07:00</published><updated>2007-12-31T15:55:01.372+07:00</updated><title type='text'>30 เทคนิคคอมฯดี</title><content type='html'>สำหรับบทความนี้อยากให้เพื่อน ๆ ลองทำกันดู  &lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;1. ในขณะที่คุณกำลังจะ Restart เครื่องใหม่ ก่อนที่จะกดปุ่ม OK ให้คุณกด Shift ค้างไว้ จะทำให้คุณ Restart ได้เร็วขึ้น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. ในบาง Web Site หากคุณกด Ctrl ค้างไว้ และเลื่อน Scroll ที่ Mouse จะทำให้ตัวอักษรของ Web Site นั้นใหญ่ขึ้น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. หากกดปุ่ม Refresh หรือ F5 แล้วยังเป็นข้อมูลเดิม ลองกด Ctrl + F5 รับรองจะได้ข้อมูลที่ใหม่ล่าสุดแน่ๆ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. คุณสามารถเปิดไฟล์ Tips.txt ขึ้นมาเพื่ออ่านเทคนิคต่างๆ ได้ ซึ่งไฟล์นี้จะอยู่ใน c:\\windows ของคุณ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. ในระหว่างที่คุณกำหลังใช้งาน IE อยู่นั้น สามารถกดปุ่ม F4 เพื่อเป็นการเปิดดู URL List ในช่อง Address ได้เลย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6. การกดปุ่ม Esc ระหว่างการใช้ IE จะทำให้ IE ของคุณนั้นหยุดโหลดได้ โดยที่ไม่ต้องกดปุ่ม Stop &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7. ระหว่างการใช้ IE สามารถกดปุ่ม Alt + D หรือ Ctrl + Tab เพื่อเข้า Address bar อย่างเร็วได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8. คุณสามารถเพิ่มความเร็วให้กับ Internet ได้โดยทำการถอดสายเครื่องโทรศัพท์ ที่มีการต่อพ่วงอยู่กับสายที่ใช้ต่อ Internet ออก &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;9. คุณสามารถ ไปที่ Start -&gt; Run และพิมพ์ว่า welcome กด Enter เพื่อเปิดหน้าต่างต้อนรับของ Windows ได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;10. ที่ Notepad หรือ ICQ หากคุณลืมเปลี่ยน Mode ภาษา ให้กดปุ่ม Ctrl + Back Space เพื่อแก้คำที่พิมพ์ผิดไปแล้ว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;11. คุณสามารถ เปิด Folder Desktop อย่างรวดเร็ว โดย Start -&gt; Run พิมพ์จุด (.) ลงไปแล้วกด Enter &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;12. ใน IE สามารถกด Space Bar เพื่อนเลื่อนหน้า Page ลงได้ ส่วนเลื่อนขึ้นคือ Shift + Space Bar &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;13. ใน Windows คุณไม่สามารถ สร้าง Folder ที่ชื่อ \"con\" ได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;14. ใน IE ที่ช่อง Address ปุ่ม Ctrl+Enter สามารถช่วยคุณ ในการพิมพ์ URL ได้เร็วยิ่งขึ้น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;15. การกด Ctrl ค้างเอาไว้ ตอนเวลา BOOT เครื่อง จะทำให้คุณไม่พลาด Startup Menu &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;16. คุณสามารถปิดนาฬิกาที่ Taskbar ได้ โดยคลิกขวาที่ Task bar &gt; Properties &gt; เอาเครื่องหมาย Show Click ออก &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;17. หากคุณกด F11 ใน Windows Explorer จะช่วยให้มีการทำงานที่สะดวกขึ้น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;18. ใน ICQ การส่ง Message หากคุณกด Ctrl+Enter จะสะดวก กว่าการ Click Mouse ที่ปุ่ม send &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;19. คุณสามารถกด F2 เพื่อ ใช้ในการเปลี่ยนชื่อ Icon ต่างๆ ได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;20. การกด F5 ใน NotePad จะเป็นการแทรก เวลา และวันที่ ปัจจุบัน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;21. การกด Windows + E จะเป็นเปิด Windows Explorer ขึ้นมา &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;22. เปิด System Properties อย่างรวดเร็วคือการกด Window + Pause Break &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;23. การย่อยทุกๆ หน้าต่างที่เปิดใช้งาน ให้ยุบไปให้หมด คือการกด Window + D ถ้าจะขยายคืนมาอีก ให้กดซ้ำ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;24. การเคาะวรรคในโปรแกรม Dreamweaver คือ Shift + Ctrl + Space Bar ส่วนการเว้นบรรทัดคือ Shift + Enter &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;25. การลบไฟล์แบบ ไม่เก็บไว้ใน Recycle Bin คือการกด Shift + Delete &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;26. การกด Shift ค้างไว้ เวลาใส่แผ่น CD-Rom จะเป็นการไม่ให้มันเปิด Autorun ของแผ่น CD-Rom นั้นขึ้นมา &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;27. การ Restart เครื่องอย่างเร็ว คือไปที่ Start -&gt; Shut Down... -&gt; Restart จากนั้น ก่อนที่จะ OK ให้กด &lt;br /&gt;Shift ค้างเอาไว้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;28. ในระหว่างใช้ Browser คุณสามารถกดปุ่ม Space Bar เพื่อเลื่อนหน้าลง และ Shift + Space Bar เพื่อนเลื่อนหน้าขึ้นได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;29. กด Shift + คลิก จะเป็นการเปิดหน้าต่างขึ้นมาใหม่ โดยไม่ต้อง back กลับ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;30. คุณสามารถ ไปที่ Start -&gt; Run และพิมพ์ว่า hwinfo /ui กด Enter เพื่อดูรายงานต่างๆ ของ HardWare &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4925210476965348542-9201848619685326380?l=eak3000.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://eak3000.blogspot.com/feeds/9201848619685326380/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=4925210476965348542&amp;postID=9201848619685326380' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4925210476965348542/posts/default/9201848619685326380'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4925210476965348542/posts/default/9201848619685326380'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://eak3000.blogspot.com/2007/12/30.html' title='30 เทคนิคคอมฯดี'/><author><name>EAK</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16450560002212309696</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4925210476965348542.post-7184623147789771937</id><published>2007-12-24T19:41:00.000+07:00</published><updated>2007-12-24T19:42:26.415+07:00</updated><title type='text'>วิธีแก้ไวรัส Hacked By Godzilla</title><content type='html'>เป็นไวรัสตัวใหม่ที่กำลังระบาดอยู่ จัดเป็น spyware ที่ก่อกวนการทำงานมากกว่าจะทำลายข้อมูล โดยจะเป็นการติดผ่าน Handy Drive และ Floppy Disk เท่านั้น&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;ลักษณะอาการ&lt;br /&gt;1.เครื่องจะไม่สามารถ Double Click เปิดไดร์ฟต่างๆได้ แต่จะคลิกเมาส์ขวาเพื่อเปิดไดร์ฟโดยเลือกเมนู Open หรือExplore &lt;br /&gt;2.มีข้อความปรากฏบน Title Bar ของ Internet Explorer ว่า “Hacked By Godzilla”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*****เสริมให้อีกนิด เวลาคลิกขวาที่ไดร์ปกติ จะขึ้นข้อความว่า Autoplay*****&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีการแก้ไขเมื่อติดไวรัส Godzilla&lt;br /&gt;1.Double Click ไอคอน My Computer ที่ Desktop เลือกเมนู Tools --&gt; Folder Options&lt;br /&gt;2.ปรากฏไดอะล็อก Folder Options คลิกแท็บ View&lt;br /&gt;1)คลิกเลือก Show Hidden files and folders&lt;br /&gt;2)เอาเครื่องหมาย / ในช่องสี่เหลี่ยมหน้า Hide extention… และ Hide protected operating system file ออก&lt;br /&gt;3)คลิก OK&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.กดปุ่ม Ctrl+Alt+Delete ที่คีย์บอร์ด&lt;br /&gt;4.ปรากฏไดอะล็อกบ็อก Windows Task Manager คลิกเลือกแท็บ Processes&lt;br /&gt;1)คลิกเลือกเมนู Image Name (เพื่อ sort File)&lt;br /&gt;2)คลิกเลือกไฟล์ wscript.exe ( ทีละตัว )&lt;br /&gt;3)คลิกปุ่ม End Process&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5.เปิดไดร์ฟ ( โดยคลิกเม้าส์ขวาเลือก Explore ห้าม Double Click ไดร์ฟ ) ทำการลบไฟล์ autorun.inf และ MS32DLL.dll.vbs ออก (โดยกด Shift+Delete ) ทุกไดร์ฟที่มีอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งรวมทั้ง Handy Drive และ Floppy disk ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6.เปิดโฟลเดอร์ C:\WINDOWS เพื่อลบไฟล์ MS32DLL.dll.vbs ออก (โดยกด Shift+Delete )&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7.ไปที่ปุ่ม Start--&gt;Run ปรากฏไดอะล็อกบ็อก Run พิมพ์คำสั่ง regedit กดปุ่ม OK &lt;br /&gt;ปรากฏไดอะล็อกบ็อก Registry Edit&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8.คลิกเลือก HKEY_LOCAL_MACHINE --&gt; Software --&gt; Microsoft --&gt; Windows --&gt; Current Version --&gt; Run เพื่อลบไฟล์ MS32DLL (โดยการกดปุ่ม Delete ที่คีย์บอร์ด )&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;9.คลิกเลือก HKEY_CURRENT_USER --&gt; Software --&gt; Microsoft --&gt; Internet Explorer --&gt; Main เพื่อลบไฟล์ที่ Window Title “Hacked by Godzilla” ออก (โดยการกดปุ่ม Delete ที่คีย์บอร์ด )&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;10.คลิกปุ่ม Start --&gt; Run ปรากฏไดอะล็อกบ็อก Run พิมพ์คำสั่ง gpedit.msc กดปุ่ม OK &lt;br /&gt;ปรากฏไดอะล็อกบ็อก Group Policy &lt;br /&gt;11.คลิกเลือก User Configuration --&gt; Administrative Templates --&gt; System --&gt; Double Click ไฟล์ Turn Off Autoplay ปรากกฎไดอะล็อกบ็อก Turn Off Autoplay Properties&lt;br /&gt;1)คลิกเลือก Enabled&lt;br /&gt;2)คลิกเลือก All drives&lt;br /&gt;3)คลิก OK &lt;br /&gt;เพื่อป้องกันการเปิดไดร์ฟอัตโนมัติในกรณีที่นำแผ่นซีดี หรือ Handy Drive มาใช้งานซึ่งเป็นช่องทางที่จะทำให้เกิดการติดไวรัสได้ง่ายขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;12.คลิกปุ่ม Start --&gt; Run ปรากฏไดอะล็อกบ็อก Run พิมพ์คำสั่ง msconfig กดปุ่ม OK&lt;br /&gt;ปรากฏไดอะล็อกบ็อก System Configuration Utility คลิกแท็บ Startup&lt;br /&gt;1)เอาเครื่องหมาย / ในช่องสี่เหลี่ยมหน้าไฟล์ MS32DLL ออก&lt;br /&gt;2)คลิกปุ่ม Apply&lt;br /&gt;3)คลิกปุ่ม OK (หรือ Close)&lt;br /&gt;จะปรากฏไดอะล็อกบ็อก System Configuration เลือก Exit Without Restart&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;13.Double Click ไอคอน Mycomputer ที่ Desktop เลือกเมนู Tools --&gt; Folder Options&lt;br /&gt;14.ปรากฏไดอะล็อก Folder Options คลิกแท็บ View&lt;br /&gt;1)คลิก / ในช่องสี่เหลี่ยมหน้า Hide extention… และ Hide protected operating system file &lt;br /&gt;2)คลิก OK&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;15. Click เม้าส์ขวาที่ไอคอน Recycle bin เพื่อเรียก Shortcut Menu เลือกคำสั่ง Empty Recycle bin เพื่อยืนยันการลบไฟล์ไวรัสออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์อีกครั้ง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*****เสริมให้อีกนิด Restart เครื่องด้วยน๊า***** มะงั้นเวลากดดับเบิ้ลคลิกมันจะฟ้อง Error ถ้ายังมะ Restart&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เท่านี้เพื่อนๆก็จะสามารถเล่นเน็ตได้โดยไม่ถูกรบกวนอีก...เอ็นลองใช้วิธีนี้แล้วได้ผ&lt;br /&gt;ลครับ เอามาจากศูนย์คอมของมหาลัยนะ เพื่อนๆที่มีปัญหากับไวรัสตัวนี้อยู่เอาไปใช้ได้เลย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รับรองได้ผลครับ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4925210476965348542-7184623147789771937?l=eak3000.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://eak3000.blogspot.com/feeds/7184623147789771937/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=4925210476965348542&amp;postID=7184623147789771937' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4925210476965348542/posts/default/7184623147789771937'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4925210476965348542/posts/default/7184623147789771937'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://eak3000.blogspot.com/2007/12/hacked-by-godzilla.html' title='วิธีแก้ไวรัส Hacked By Godzilla'/><author><name>EAK</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16450560002212309696</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4925210476965348542.post-2188951842908345974</id><published>2007-12-24T19:39:00.000+07:00</published><updated>2007-12-24T19:40:16.144+07:00</updated><title type='text'>วิธีแก้ไวรัส BRONTOK.A ที่หลายๆคนโดน</title><content type='html'>วิธีแก้ไวรัส BRONTOK.A ที่หลายๆคนโดน&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;1. เข้า safe mode &lt;br /&gt;2. เข้า msconfig (start/run/msconfig -&gt; startup) &lt;br /&gt;เอาเครื่องหมายหน้าไฟล์เหล่านี้ออกครับ &lt;br /&gt;- norBtok &lt;br /&gt;- smss &lt;br /&gt;3. boot เครื่องใหม่ตามปกติ &lt;br /&gt;หลังจากนี้ virus จะหยุดทำงานแล้วครับ ต่อไปเราจะตามลบมันออกให้หมด &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. โหลด file นี้ครับ เพื่อปลดล๊อกให้ใช้ Regedit &lt;br /&gt;http://securityresponse.symantec.com/avcenter/UnHookExec.inf &lt;br /&gt;เมื่อโหลดเสร็จให้ คลิ๊กขวาที่คำว่า install นะครับ &lt;br /&gt;5. เข้า regedit (start/run/regedit) &lt;br /&gt;เข้าไปที่ HKEY_CURRENT_USERSoftwareMicrosoftWindowsCurrentVersion &lt;br /&gt;PoliciesExplorer &lt;br /&gt;ลบ NoFolderOptions ออก (อันนี้ virus มันซ่อน menu Options...ไว้ครับ) &lt;br /&gt;6. search ใน my computer (My computer/search...) &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หาไฟล์ *.exe &lt;br /&gt;โดยใช้ filter &lt;br /&gt;--&gt; what size is it? &lt;br /&gt;specify size &lt;br /&gt;at most 85 kb (เผื่อไว้หน่อย) &lt;br /&gt;จากผลลัพย์ที่ได้ กด คอลัมน์ size แล้วดู ให้ลบไฟลที่ความจุ 80 kb ที่ icon จะเป็นรูป คล้ายกับ Folder มาก ลบทิ้งเลยครับ (อย่าเพลอไป ดับเบิ้ลคลิ๊กหล่ะ ต้องเริ่มข้อ 1 ใหม่เลยนะครับ หุหุ เตือนไว้ก่อน) &lt;br /&gt;7. ลบไฟล์ เหล่านี้ด้วยครับ &lt;br /&gt;%UserProfile%TemplatesA.kotnorB.com &lt;br /&gt;%Windir%inf orBtok.exe &lt;br /&gt;%Windir%system323D Animation.scr &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จบครับ &lt;br /&gt;ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี้ครับ &lt;br /&gt;\inside2printSymantec Security Response - W32_Rontokbro_B@mm.htm &lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4925210476965348542-2188951842908345974?l=eak3000.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://eak3000.blogspot.com/feeds/2188951842908345974/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=4925210476965348542&amp;postID=2188951842908345974' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4925210476965348542/posts/default/2188951842908345974'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4925210476965348542/posts/default/2188951842908345974'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://eak3000.blogspot.com/2007/12/brontoka.html' title='วิธีแก้ไวรัส BRONTOK.A ที่หลายๆคนโดน'/><author><name>EAK</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16450560002212309696</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4925210476965348542.post-4876122658360723357</id><published>2007-12-24T19:23:00.001+07:00</published><updated>2007-12-24T19:38:07.517+07:00</updated><title type='text'>วิธีฆ่าไวรัส Image.zip บน MSN "Hey m8, who is this on the right, in this picture..."</title><content type='html'>Edited - ใครที่จู่ๆได้รับข้อความภาษาอังกฤษพร้อมไฟล์ภาพ Image.zip ทางเอ็มเอสเอ็น (MSN) แล้วกดรับไฟล์มาเก็บไว้ที่เครื่อง บทความนี้จะตอบคำถามที่ว่าจะทำอย่างไรให้เครื่องหยุดส่งไฟล์ต่อไปยังรายชื่ออื่นๆที่เรามีอยู่อย่างอัตโนมัติได้อย่างไร สำหรับใครที่ยังไม่เคยได้รับ บทความนี้ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนภัยล้อมคอกก่อนวัวหาย       &lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;ข้อความภาษาอังกฤษที่มาพร้อมไวรัสตัวนี้มีหลายเวอร์ชัน ได้แก่ LOL, you look so ugly in this picture, no joke... (555 คุณดูทุเรศมากเลยในรูปนี้อ่ะ ไม่ได้พูดเล่นนะ) Should I put this on facebook/myspace? (ฉันเอารูปนี้แปะในแฟชบุ๊ก/มายสเปซดีไหม) Hey m8, who is this on the right, in this picture... (เฮ้ ขวามือในรูปนี้ใครอ่ะ) Sup, seen the pictures from the other night? (ดูรูปคืนอื่นๆรึยัง)       &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       ข้อความเอ็มเอสเอ็นภาษาอังกฤษเหล่านี้เชิญชวนให้ผู้รับกดรับไฟล์ Image.zip ที่ส่งตามมา ใครกดรับไฟล์ซิปแล้วถอดไฟล์คุณอาจติดเชื้อไวรัสตัวนี้ไปเรียบร้อยแล้ว จากประสบการณ์ไวรัสจะยังไม่ทำงานทันทีที่รับไฟล์ แต่จะเริ่มทำงานเมื่อผู้ใช้เปิดไฟล์ในซิป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาการหลังติดไวรัส คือหลังจากคุณแตกไฟล์ซิปแล้ว เครื่องคุณมีอาการทำงานช้าลงจนถึงค้างไปชั่วขณะ หน้าจอกระพริบเล็กน้อย จากนั้นเครื่องจะทำงานเป็นปกติ แต่เพื่อนๆของคุณจำนวนมากจะส่งข้อความมาถามพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ว่านี่คือไฟล์อะไร ซึ่งแน่นอนว่าคุณยังไม่ทันได้คลิกส่งอะไรไปเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;         เรามีวิธีฆ่าไวรัสเพื่อไม่ให้เครื่องส่งข้อความและไฟล์ไวรัสไปให้เพื่อนผู้เคราะห์ร้ายคนอื่นๆจำนวน 2 วิธี ขอขอบคุณเว็บไซต์ teenee.com ที่นำวิธีแก้ไขของคุณ fwmail มาโพสต์ไว้       &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       วิธีที่ 1. คือการกำจัดแบบ Manual เริ่มที่       &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       1. กด ctrl + Alt + del เพื่อเรียก task manager&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       2. ดูที่ process list ว่ามี winlog32.exe หรือไม่ ถ้ามีให้ end task ไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       3. ไปดูที่ start =&gt; run พิมพ์ว่า msconfig แล้ว enter&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       4. ไปที่ แท๊บ start up ดูหา Winlog32.exe ให้ uncheck มัน แล้ว กด OK ยังไม่ต้อง restart&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       5. เข้า Start =&gt; Search แล้วไป search ที่ drive c: หาไฟล์ winlog32.* ถ้าเจอ winlog32.exe - ให้ลบทิ้งไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       6. restart Windows อีกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4925210476965348542-4876122658360723357?l=eak3000.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://eak3000.blogspot.com/feeds/4876122658360723357/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=4925210476965348542&amp;postID=4876122658360723357' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4925210476965348542/posts/default/4876122658360723357'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4925210476965348542/posts/default/4876122658360723357'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://eak3000.blogspot.com/2007/12/imagezip-msn-hey-m8-who-is-this-on.html' title='วิธีฆ่าไวรัส Image.zip บน MSN &quot;Hey m8, who is this on the right, in this picture...&quot;'/><author><name>EAK</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16450560002212309696</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4925210476965348542.post-6117922075560779281</id><published>2007-12-24T19:23:00.000+07:00</published><updated>2007-12-24T19:25:33.281+07:00</updated><title type='text'>วิธีการปรับแต่ง Windows 98 ให้ทำงานได้เร็วขึ้น แบบไม่ต้องลงทุน</title><content type='html'>เทคนิคการปรับแต่ง Windows 98 ให้ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ ตรงนี้ ได้ทำการรวบรวมมาจากประสบการณ์ เท่าที่ได้ทดลอง ใช้งานจริง ๆ และรวบรวมมาจากเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่ได้แนะนำเทคนิคเหล่านี้ไว้ นำมาทดลอง และเลือกเฉพาะสิ่งที่คิดว่า ควรจะทำการปรับแต่งเท่านั้น ที่จริงแล้วยังมีวิธีการปรับแต่งอีกหลายรูปแบบ แต่บางอย่างเท่าที่ได้ทดลองทำดูแล้ว พบว่า จะสามารถใช้ได้เฉพาะกับอุปกรณ์บางยี่ห้อ และบางรุ่นเท่านั้น หรือในบางครั้ง กลับสร้างปัญหาให้กับอุปกรณ์รอบข้างด้วย ดังนั้น จึงขอคัดเลือกมา เฉพาะหัวข้อที่ควรจะทำการปรับแต่งจริง ๆ เท่านั้น ลองทำกันทีละหัวข้อเลย แล้วเปรียบเทียบความรู้สึกกันดูว่า Windows 98 ของคุณ จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;ยกเลิกการใช้ Wallpaper ของ Desk Top สำหรับเครื่องที่มี RAM น้อย&lt;br /&gt;สำหรับท่านที่ใช้ Windows และมี RAM น้อยกว่า 64M. ขอแนะนำให้ยกเลิกการใช้ภาพ Wallpaper ของ Desk Top หรือถ้าหากจะใช้จริง ๆ ก็ควรเลือกภาพที่มีขนาดเล็ก ๆ จะช่วยทำให้คุณมีหน่วยความจำใช้งานได้เพิ่มมาอีก 1-2 M. โดยที่หากต้องการให้ฉากหลังไม่เรียบจนเกินไป ก็ลองเลือกใช้ Pattern แทน Wallpaper การเปลี่ยนไปใช้ Pattern ก็เลือกที่ Start &gt;&gt; Settings &gt;&gt; Control Panel &gt;&gt; Display &gt;&gt; Background ที่ Wallpaper เลือก None และเลือกใช้ Pattern แทนโดยเลือกที่ปุ่ม Pattern และเลือก Pattern ที่จะใช้งานแทน อ่านระยละเอียดเพิ่มเติมที่ การตั้ง Wallaper ของเครื่อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตั้งหน้าจอให้มีจำนวนสีแบบ High Color (16 bit)&lt;br /&gt;โดยปกติแล้ว การตั้งหน้าจอให้แสดงจำนวนของสีได้มากน้อยเท่าไรนั้น จะขึ้นอยู่กับการ์ดจอที่ใช้งานอยู่ด้วย เช่น 256 Color, High Color (16 bit), High Color (24 bit) หรือ True Color (32 bit) แต่จากข้อมูลทั่ว ๆ ไปแล้วส่วนใหญ่จะบอกว่า จำนวนของสีที่แสดงบนหน้าจอนั้น ในระดับที่สูงกว่า High Color (16 bit) นั้นสายตาของคนเรา จะไม่สามารถแยกออกได้ ดังนั้นหากเป็นการใช้งานคอมพิวเตอร์โดยทั่ว ๆ ไปแล้ว การตั้งจำนวนสีแค่ High Color (16 bit) ก็เพียงพอแล้ว จะทำให้การแสดงผลต่าง ๆ ของหน้าจอทำได้รวดเร็วขึ้น การแก้ไขก็ทำโดยเลือก Start &gt;&gt; Settings &gt;&gt; Control Panel &gt;&gt; Display &gt;&gt; Settings แล้วเปลี่ยนตรงช่อง Color กด OK&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใช้วิธีการ Turn off Monitor แทนการใช้ Screen Saver&lt;br /&gt;สำหรับท่านที่ใช้ Windows และมี RAM น้อยกว่า 64M. ขอแนะนำให้ใช้วิธีการรักษาหน้าจอโดยการตั้ง Turn off Monitor แทนการใช้ Screen Saver ซึ่งจะช่วยให้คุณมีหน่วยความจำใช้งานได้เพิ่มขึ้นมาอีกหน่อยนึง โดยวิธีการคือ เลือกที่ Start &gt;&gt; Settings &gt;&gt; Control Panel &gt;&gt; Screen Saver เลือกเป็น None และเลือกที่ Settings ตั้งที่ Turn off Monitor เลือกเวลาที่ต้องการปิดหน้าจอ กด OK อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ การตั้งใช้ Screen Saver&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การปรับแต่งไฟล์ Msdos.sys &lt;br /&gt;หากท่านไม่ได้ใช้โปรแกรมบีบอัดข้อมูลของ Hard Disk หรือ DriveSpace ของ Windows แล้วละก็ ควรทำการปรับแต่งโดยเพิ่มคำสั่งต่อไปนี้ในไฟล์ Msdos.sys ตามขั้นตอนดังนี้ &lt;br /&gt;1. เปิด Windows Explorer ขึ้นมาก่อน &lt;br /&gt;2. เลือกที่เมนู View &gt;&gt; Folder Options &lt;br /&gt;3. เลือก View &gt;&gt; Show All Files กด OK &lt;br /&gt;4. เข้าไปที่ Drive C:\ คลิกเมาส์ขวาที่ไฟล์ Msdos.sys กดที่ Properties &lt;br /&gt;5. ยกเลิกเช็คบอกซ์ที่ Read Only และ Hidden ออก แล้วกด OK &lt;br /&gt;6. เปิด Notepad เลือก Open เปิดไฟล์ C:\Msdos.sys &lt;br /&gt;7. มองหาหัวข้อ [Options] แล้วเพิ่ม 3 บรรทัดนี้ลงไป &lt;br /&gt;[Options]&lt;br /&gt;DrvSpace=0&lt;br /&gt;DblSpace=0&lt;br /&gt;BootDelay=0 &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8. บันทึกข้อมูลโดยเลือกที่ File &gt;&gt; Save และปิดโปรแกรม Notepad &lt;br /&gt;9. เปลี่ยน Attributes ของ Msdos.sys ให้เป็น Read Only และ Hidden เหมือนเดิมในข้อ 4. และ 5.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การปรับแต่งไฟล์ System.ini ใน C:\Windows &lt;br /&gt;1. เลือกที่ Start Menu &gt;&gt; Run พิมพ์คำว่า system.ini และกดที่ปุ่ม OK&lt;br /&gt;2. หาบรรทัดที่มีหัวข้อ [386Enh] แล้วเพิ่มคำสั่งเข้าไป 2 บรรทัด &lt;br /&gt;[386Enh]&lt;br /&gt;LocalLoadHigh=1&lt;br /&gt;PageBuffer=32&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ค่าของ PageBuffer ให้กำหนดเป็นครึ่งหนึ่งของ RAM ที่มีอยู่ทั้งหมด เช่นมีแรมอยู่ 64M. ก็กำหนดเป็น 32 หรือถ้าเครื่องมีแรม 128M. ก็เลือกเป็น 64 ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. หาบรรทัดที่มีหัวข้อ [vcache] แล้วเพิ่มคำสั่งเข้าไป 2 บรรทัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;[vcache]&lt;br /&gt;MinFileCache=8000&lt;br /&gt;MaxFileCache=8000&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ค่าของ 2 บรรทัดนี้จะหาได้จากจำนวน RAM คูณด้วย 125 เช่นแรม 64M. จะเท่ากับ 64x125=8000 หรือแรม 128M. จะได้ 128x125=16000 ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. บันทึกข้อมูลโดยเลือกที่ File &gt;&gt; Save และปิดโปรแกรม Notepad &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปรับแต่ง Dial-Up Adapter เพิ่มความเร็วโมเด็มในการเล่นเน็ต &lt;br /&gt;1. เปิด Control Panel ดับเบิ้ลคลิกที่ Network เลือก Dial-Up Adapter และกดที่ Properties &lt;br /&gt;2. กดเลือกที่ Advance ช่อง IP Packet Size เลือกเป็น Large &lt;br /&gt;3. ช่อง Use IPX header compression เลือกเป็น No กด OK&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใช้การบีบอัดข้อมูล (Compress Data) ของโมเด็มเพิ่มความเร็วการเล่นเน็ต&lt;br /&gt;1. สำหรับโมเด็มและ ISP ที่รองรับการบีบอัดข้อมูลของโมเด็ม จะช่วยให้การส่งข้อมูลเร็วขึ้นได้&lt;br /&gt;2. มีผลเฉพาะในส่วนของข้อมูลแบบ Text หรือ HTML หรือไฟล์ที่ยังไม่ผ่านการบีบอัดเท่านั้น&lt;br /&gt;3. กรณีข้อมูลไฟล์หรือภาพต่าง ๆ อาจจะไม่ค่อยเห็นผลมากนัก&lt;br /&gt;4. เริ่มจากเปิดหน้า My Computer &gt;&gt; Dial-Up Networking&lt;br /&gt;5. คลิกเมาส์ขวาที่ตรงกับ Dial-Up ของ ISP ที่ใช้งาน เลือกที่ Properties&lt;br /&gt;6. เลือกที่ Configure.. เลือกป้าย Connection กดที่ปุ่ม Advanced..&lt;br /&gt;7. เอาเครื่องหมายถูกที่ช่อง Compress data ออก และกดปุ่ม OK 2 ครั้ง กลับมาที่หน้า General ก่อน&lt;br /&gt;8. กดที่ป้าย Server Types ติ๊กถูกที่ช่อง Enable software compression แล้วกด OK จนจบ&lt;br /&gt;9. ถ้าหากใช้งานได้ เมื่อดูที่ Connection ขณะต่ออินเตอร์เน็ต กด Details จะเห็นคำว่า Microsoft Compression&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปรับแต่งสายโทรศัพท์ ให้มีสัญญาณรบกวนน้อยที่สุด&lt;br /&gt;1. สัญญาณรบกวนในสายโทรศัพท์ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เน็ตช้านะครับ&lt;br /&gt;2. อ่านรายละเอียดที่ การต่อสายโทรศัพท์ และการปรับแต่งต่าง ๆ เพิ่มความเร็วและป้องกันสายหลุดของโมเด็ม &lt;br /&gt;ปรับแต่ง Performance และการใช้ Swap File ของระบบ &lt;br /&gt;1. เปิด Control Panel ดับเบิ้ลคลิกที่ System เลือกที่ Performance &lt;br /&gt;2. ที่ Files System ช่อง Typical role of this computer เปลี่ยนเป็น Network Server กด OK &lt;br /&gt;3. ที่ Virtual Memory เลือกที่ Let me specify my own virtual memory setting &lt;br /&gt;4. ช่อง Minimum และ Maximum ใส่ค่าขนาดของ virtual memoey ควรจะอยู่ระหว่าง 128-256&lt;br /&gt;5. จากข้อ 4. ถ้ามีแรม 64M ควรกำหนดเป็น 128 แต่ถ้ามีแรมอยู่ 128M หรือมากกว่านี้ ควรจะกำหนดเป็น 256 ครับ&lt;br /&gt;6. กด OK 2 ครั้ง ทำการ Restart เครื่องใหม่&lt;br /&gt;7. อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจากเรื่อง การตั้งใช้งาน virtual memory ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำความสะอาด Registry ลบส่วนที่ไม่จำเป็นกับการใช้งานออกไป&lt;br /&gt;1. ดาวน์โหลดโปรแกรม Regclean จากเว็บไซต์ http://www.microsoft.com/&lt;br /&gt;2. เรียกไฟล์ Regclean.exe เพื่อแตกไฟล์ และใช้งาน&lt;br /&gt;3. อ่านรายละเอียดได้ที่ การทำความสะอาด Registry ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำ Defrag ฮาร์ดดิสก์ สักประมาณอาทิตย์ละครั้ง&lt;br /&gt;1. โดยเลือกที่ Start Menu &gt;&gt; Programs &gt;&gt; Accessories &gt;&gt; System Tools &gt;&gt; Disk Defragmenter&lt;br /&gt;2. ควรทำประมาณสัก อาทิตย์ละครั้งครับ&lt;br /&gt;3. อ่านรายละเอียดการทำ และเทคนิคต่าง ๆ เพิ่มเติมที่ การทำ Defrag ฮาร์ดดิสก์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การใช้ความสามารถของ DMA ให้เต็มที่&lt;br /&gt;สำหรับท่านมีใช้เมนบอร์ดและฮาร์ดดิสก์ที่รองรับการส่งข้อมูลแบบ DMA &lt;br /&gt;1. เปิด Control Panel ดับเบิ้ลคลิกที่ System เลือกที่ Device Manager &lt;br /&gt;2. เลือกที่ Disk Drives แล้วกดเลือกที่ฮาร์ดดิสก์ของเครื่อง &lt;br /&gt;3. กดที่ Properties เลือกที่ป้าย Settings &lt;br /&gt;4. ใช้เมาส์กดเลือกที่ช่อง DMA แล้วกด OK ทำการบูทเครื่องใหม่อีกครั้ง &lt;br /&gt;5. สำหรับเครื่องที่ไม่รองรับ DMA จะไม่สามารถใช้งานได้นะครับ โดยที่ช่องที่ติ๊กไว้จะหายไปเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การปรับแต่ง Registry ให้ระบบ Windows ใช้งาน CPU ได้เต็มประสิทธิภาพ&lt;br /&gt;อีกวิธีหนึ่ง ในการปรับแต่งระบบ Windows ตรงนี้สำหรับ Windows 98 หรือ Windows Me เท่านั้น โดยการปรับแต่ง Registry ของระบบ เพื่อกำหนดค่า Priorities ของการใช้งาน CPU และต้องขอเตือนไว้ก่อนนะครับว่า วิธีการนี้ อย่างน้อย คุณควรที่จะพอทราบเรื่องต่าง ๆ ของ Registry พื้นฐานบ้างนิดหน่อยก่อน ถ้าหากไม่แน่ใจตรงนี้ ข้ามตรงนี้ไปก่อน ไม่ต้องทำการปรับแต่งก็ได้ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับการปรับแต่ง Registry ตรงนี้ เพื่อความง่าย และไม่ถนัดเรื่อง Registry ดังนั้น จะขอไม่ขออธิบายรายละเอียด แต่ให้ทำการ คลิกที่ลิงค์ด้านล่างนี้ได้เลยครับ เป็น Registry ที่ทำไว้สำเร็จรูป คลิกแล้วเลือกที่ Open this file... และกด Yes แค่นี้เองครับ โดยจะแบ่งเป็น 2 ไฟล์สำหรับเครื่องที่ใช้การ์ดจอแบบ AGP และ PCI&lt;br /&gt;1. คลิกที่นี่เพื่อปรับแต่ง CPU Priority Registry สำหรับเครื่องที่ใช้การ์ดจอแบบ AGP Slot&lt;br /&gt;2. คลิกที่นี่เพื่อปรับแต่ง CPU Priority Registry สำหรับเครื่องที่ใช้การ์ดจอแบบ PCI Slot&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*** เน้นอีกครั้ง การปรับแต่ง Registry แบบนี้ ลองกันเองครับ ผมไม่รับประกันว่าระบบจะมีปัญหาอะไรหรือไม่ เพียงแต่บอกว่า เครื่องผมไม่มีปัญหาอะไร ระบบเร็วขึ้นมาได้อีกพอสมควรครับ ***&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากเสร็จสิ้นการปรับแต่งทุกอย่างแล้ว ลองเปรียบเทียบความรู้สึกต่าง ๆ ทั้งเวลาที่ใช้งานทั่ว ๆ ไปและเวลาเล่นอินเตอร์เน็ตดูนะ ว่าได้ผลอย่างไรกัน&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4925210476965348542-6117922075560779281?l=eak3000.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://eak3000.blogspot.com/feeds/6117922075560779281/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=4925210476965348542&amp;postID=6117922075560779281' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4925210476965348542/posts/default/6117922075560779281'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4925210476965348542/posts/default/6117922075560779281'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://eak3000.blogspot.com/2007/12/windows-98.html' title='วิธีการปรับแต่ง Windows 98 ให้ทำงานได้เร็วขึ้น แบบไม่ต้องลงทุน'/><author><name>EAK</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16450560002212309696</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4925210476965348542.post-1464279502420012371</id><published>2007-12-22T21:25:00.000+07:00</published><updated>2007-12-22T21:29:49.183+07:00</updated><title type='text'>วิธีกำจัดไวรัสที่โปรแกรม Anti-Virus ตรวจไม่พบด้วย HijackThis</title><content type='html'>สวัสดีครับเพื่อนๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในปัจจุบันไวรัสคอมพิวเตอร์ยังคงเป็นปัญหาหนักอกสำหรับผู้ที่ชอบท่องอินเตอร์เน็ต หรือผู้ที่ใช้งานโปรแกรมต่างๆที่ต้องมีการต่ออินเตอร์เน็ต เช่น MSN Messenger โดยความรุนแรงของไวรัสเหล่านี้จะมีตั้งแต่เบาะๆ จนถึงขั้นทำลายฮาร์ดแวร์ได้เลยทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพื่อนๆที่สังเกตว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ของตัวเองมีอาการผิดปกติต่างๆ เช่น มีหน้าต่างอะไรเด้งขึ้นมารบกวนตลอด หรือ เครื่องช้าลงแบบผิดสังเกต ถ้าหากอาการเหล่านี้ไม่สามารถตรวจพบที่มาได้ด้วยโปรแกรม Anti-Virus ต่างๆ ผมขอแนะนำให้เพื่อนๆใช้โปรแกรมสารพัดประโยชน์ ที่จะช่วยเพื่อนๆในการกำจัดไวรัสถึงราก (กำจัดตั้งแต่ขั้น process ไปจนถึงระดับรีจิสทรี) ซึ่งเจ้าโปรแกรมตัวนี้มีชื่อว่า HijackThis ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;HijackThis เป็นโปรแกรมสำหรับใช้ตรวจสอบว่าหน่วยประมวลผล (running process) หรือ รีจิสทรี (registry) ตัวใดเป็นไวรัส หรือมีความเสี่ยงที่จะเป็นไวรัส โดยเฉพาะอย่างยิ่งไวรัสที่อาจปลอมชื่อให้เหมือน process ตัวใดตัวหนึ่งของเครื่อง ซึ่งถ้าเราเกิดลบไวรัสเหล่านี้ผิด ไปลบเอา process ที่จำเป็นของเครื่องออกแทน ก็อาจทำให้ระบบทำงานผิดปกติได้ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;สำหรับการใช้งาน HijackThis มีขั้นตอนง่ายๆดังนี้ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีใช้งาน HijackThis&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ดาวน์โหลด HijackThis มาจากเว็บหลัก - Trend Micro เสียก่อน (เลือก Download HijackThis Installer นะครับ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. จากนั้นให้ดับเบิ้ลคลิกไอคอน HJTInstall.exe ที่ดาวน์โหลดมาไว้ในเครื่อง และคลิก Install เพื่อติดตั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. ติดตั้งเสร็จ เพื่อนๆก็จะได้ไอคอน HijackThis เพิ่มเข้ามาบน Desktop พร้อมหน้าต่าง Hijackthis ที่เปิดขึ้นมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ให้เพื่อนๆคลิกที่ Do a system scan and save a log file เพื่อทำการสแกนเครื่อง (ใช้เวลาประมาณ 30 วินาทีครับ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. หลังจากนั้นโปรแกรมก็จะทำการเรียงรายชื่อหน่วยประมวลผลที่ทำงานอยู่ พร้อมด้วยรีจิสทรีทั้งหมดในเครื่องของเรา ไว้ภายในหน้าต่างของโปรแกรม และจะมีหน้าต่าง HijackThis.log ซึ่งเป็นไฟล์ text ปรากฎขึ้นมาให้ดูด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไฟล์ Hijackthis.log จะถูกเก็บไว้ในโฟลเดอร์ที่เราเลือกลงโปรแกรมครับ ถ้าเพื่อนๆไม่ได้ทำการเปลี่ยนจุดลงโปรแกรม มันก็จะถูกเก็บไว้ที่นี่ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;C:\Program Files\Trend Micro\HijackThis\&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. ขั้นตอนต่อไป ให้เพื่อนๆเข้าไปที่เว็บไซต์ HijackThis Log File Analyzer แล้วทำการ browse ไปหาไฟล์ Hijackthis.log จากตำแหน่งในข้อ 4 และคลิกที่ Analyze ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6. เมื่อทำการตรวจสอบ Log File ของเราแล้ว เราก็จะพบกับการรายงานผลในหน้าเว็บ โดยให้ดูที่สัญลักษณ์เหล่านี้ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; สัญลักษณ์นี้หมายถึงยี่ห้อของระบบปฎิบัติการที่เราใช้อยู่ครับ รูปที่เพื่อนๆเห็นนี้เป็นตัวแทนของระบบปฏิบัติการ Windows XP ครับ ถ้าเป็น MAC OSX ก็อาจจะเป็นอีกรูปหนึ่ง เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ถ้าเจอสัญลักษณ์นี้ หมายความว่า process หรือ registry นั้น ไม่ใช่ไวรัส หรือไม่มีความเสี่ยงที่จะเป็นไวรัสครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ถ้าเป็นรูปนี้แสดงว่า process หรือ registry ในช่องนั้น เป็นไวรัส หรือเป็นโปรแกรมที่แอบส่งข้อมูลจากเครื่องเราออกไปครับ ให้เพื่อนๆตรวจดูชื่อของโปรแกรมในช่องที่พบสัญลักษณ์นี้ว่าเป็นโปรแกรมที่เพื่อนๆรู้จักหรือไม่ ถ้าไม่ก็ให้เตรียมลบมันได้เลยครับ (ดูขั้นตอนต่อไป)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; สัญลักษณ์นี้ใช้สำหรับบอกโปรแกรมที่ HijackThis ไม่รู้จัก และอาจมีความเสี่ยงที่จะเป็นไวรัส ให้เพื่อนๆลองตรวจสอบในช่องด้านซ้ายของสัญลักษณ์ว่าเป็นโปรแกรมนี้ เป็นโปรแกรมที่เพื่อนๆเป็นผู้ติดตั้งไว้หรือไม่ ถ้าไม่ก็สามารถเลือกที่จะลบได้ครับ (หรือถ้าไม่แน่ใจก็สามารถนำไปโพสถามได้ที่ forum ของ HijackThis ได้ครับ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีลบไฟล์ไวรัส หรือไฟล์ที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นไวรัสด้วย HijackThis&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สมมติว่าผมเจอไฟล์ที่คาดว่าจะเป็นไวรัสอยู่สองไฟล์ โดยไฟล์ทั้งสองมีชื่อเดียวกันกับ process ที่จำเป็นกับ windows ทุกประการ นั่นก็คือ csrss.exe และ smss.exe ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Note: เพื่อนๆสามารถตรวจสอบว่า process ใดเป็น process ที่จำเป็นในการทำงานของ windows โดยการนำชื่อ process ที่ต้องการตรวจสอบ มาทำการค้นหาที่เว็บนี้ครับ ProcessLibrary.com ซึ่งถ้าเป็น process ที่จำเป็นมันก็จะถูกแสดงเป็น SAFE และมีคำอธิบายว่าเป็น Microsoft Windows System… อยู่ด้านล่างครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การแสดงผลของไวรัสสองตัวด้านบนนี้คือ ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์มีอัตราการใช้งานหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) สูงถึง 99% - 100% ตลอดเวลา (สามารถตรวจสอบได้โดยการกด Ctrl+Alt+Delete และดูหน้า process ของ task manager) อีกทั้งจุดเด่นของไวรัสสองตัวนี้ก็คือชื่อที่เหมือนกันกับ process สองตัวที่จำเป็นดังกล่าว จึงทำให้เพื่อนๆจึงไม่สามารถลบไฟล์ทั้งสองนี้ด้วยวิธีลบมันตรงๆได้เลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากใช้ HijackThis ในการตรวจสอบ ผมก็สามารถแยกแยะได้ทันทีว่า process ตัวไหนเป็นของจริง ตัวไหนเป็นไวรัส โดยดูจากสัญลักษณ์กากบาทนั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อพบว่าไฟล์ใดเป็นไวรัสแล้ว ผมก็จัดการดูตำแหน่งที่มันสิงอยู่ภายในเครื่อง จากด้านซ้ายมือของสัญลักษณ์กากบาท (ตำแหน่งในตัวอย่างคือ C:\Windows\System\csrss.exe) แล้วจึงกลับไปที่โปรแกรม HijackThis ที่เปิดไว้ ต่อด้วยทำเครื่องหมายถูกหน้าตำแหน่งของไฟล์ที่ดูมา และคลิกที่ Fix Checked เพื่อทำการลบครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เท่านี้แหละครับ สำหรับวิธีลบไวรัสที่ไม่สามารถกำจัดได้ด้วยโปรแกรม anti-virus ด้วย HijackThis สำหรับเพื่อนๆที่ไม่แน่ใจว่าไฟล์ที่ขึ้นสัญลักษณ์ [ ? ] เป็นไวรัสหรือไม่ ก็สามารถโพสถามได้ที่ HijackThis Forum ได้เลยครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จบแล้วครับ แล้วพบกันใหม่ในบทความต่อไปครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4925210476965348542-1464279502420012371?l=eak3000.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://eak3000.blogspot.com/feeds/1464279502420012371/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=4925210476965348542&amp;postID=1464279502420012371' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4925210476965348542/posts/default/1464279502420012371'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4925210476965348542/posts/default/1464279502420012371'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://eak3000.blogspot.com/2007/12/anti-virus-hijackthis.html' title='วิธีกำจัดไวรัสที่โปรแกรม Anti-Virus ตรวจไม่พบด้วย HijackThis'/><author><name>EAK</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16450560002212309696</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4925210476965348542.post-7494576522183682189</id><published>2007-12-12T12:51:00.000+07:00</published><updated>2007-12-12T12:52:27.358+07:00</updated><title type='text'>วิธี backup และกู้ข้อมูลของ Blogger</title><content type='html'>สวัสดีครับเพื่อนๆ&lt;br /&gt;เพื่อนๆที่ใช้บริการ blog ฟรีจาก blogger มาได้พักใหญ่ๆ อาจจะเกิดความกังวลว่าข้อมูลจำนวนมากที่เพื่อนๆตรากตรำเขียนขึ้นมา อาจเกิดการสูญหายขึ้นได้ในวันใดวันหนึ่ง แถมโชคไม่ดีที่ผู้สร้าง blogger ก็ดันไม่ได้สร้างฟังก์ชั่นสำหรับ backup ข้อมูลมาให้เราซะด้วย แต่ไม่ต้องตกใจไปครับ วันนี้ผมมีวิธีดีๆที่จะทำให้เพื่อนๆนำข้อมูลทั้งหมดใน blog มาเก็บไว้ในเครื่องของเพื่อนๆเอง ด้วยขั้นตอนง่ายๆเพียงไม่กี่ขั้นตอนเท่านั้นครับ เรามาดูกันเลยดีกว่า&lt;br /&gt;หัวข้อ&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;ก่อนอื่นผมขอแบ่งวิธี backup ออกเป็นส่วนๆนะครับ เริ่มจาก&lt;br /&gt;วิธี backup blogger template&lt;br /&gt;เพื่อนๆที่ทำการปรับเปลี่ยนรูปแบบของ template หรือใส่ widget ต่างๆเพิ่มเ้ข้าไปใน template แล้ว ก็สามารถ backup ทั้งเทมเพลตได้ด้วยวิธีง่ายๆดังนี้ครับ&lt;br /&gt;login เข้าไปที่ blogger ของเพื่อนๆ แล้วคลิกที่ รูปแบบ (layout)  &lt;br /&gt;จากนั้นก็คลิกที่แถบ แก้ไข HTML (Edit HTML) ครับ  &lt;br /&gt;ในหน้าแก้ไข HTML ให้เพื่อนๆคลิกที่ปุ่ม ดาวน์โหลดแม่แบบฉบับเต็ม (Download Full Template) แล้วจัดการเซฟไฟล์ไว้บนเครื่องของเพื่อนๆได้เลยครับ  &lt;br /&gt;เท่านี้เพื่อนๆก็จะได้ template พร้อมทั้ง widget ปัจจุบันที่เพื่อนๆใส่ไว้ใน blogger มาเก็บไว้ในเครื่องแล้วล่ะครับ (ได้มาแต่ widget เปล่าๆนะครับ ข้อมูลใน widget เพื่อนๆจะต้องทำการ backup เองต่างหากครับ)&lt;br /&gt;สำหรับการใช้ข้อมูลเทมเพลตที่ backup ไว้แล้วนั้น เพื่อนๆก็สามารถทำได้โดย การกลับไปยังหน้า แก้ไข HTML ในส่วนของ “อัพโหลดแม่แบบจากไฟล์ในฮาร์ดไดรฟ์ของคุณ” หรือ “Upload a template from a file on your hard drive” ให้เพื่อนๆคลิก Browse ไปหาไฟล์ template ที่เซฟไว้ แล้วก็คลิกที่ “อัปโหลด” หรือ “Upload” เป็นอันเสร็จครับ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;วิธี backup บทความ (post) ทั้งหมดใน blogger&lt;br /&gt;สำหรับการ backup post เพื่อนๆอาจจะต้องใช้ซอฟท์แวร์เข้ามาช่วยในการอำนวยความสะดวกซักนิดนึง โดยซอฟท์แวร์ที่ผมจะแนะนำนี้มีชื่อว่า Blogger Backup ครับ&lt;br /&gt;เจ้า Blogger Backup นี้ สร้างโดย CodePlex (แหล่งรวม Open Source Project ของ Microsoft) ครับ …อ้อ เห็นชื่อ Microsoft แล้วเพื่อนๆที่ใช้ OS ตัวอื่นๆก็ต้องขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ เพราะ software มันไม่สามารถติดตั้งข้าม platform ได้&lt;br /&gt;เรามาดูวิธีใช้งานเจ้า Blogger Backup กันดีกว่าครับ&lt;br /&gt;1. ก่อนอื่นก็ให้เพื่อนๆดาวน์โหลด Blogger Backup ตัวล่าสุดมาจากเว็บไซต์ CodePlex เสียก่อนครับ (คลิกที่ release)&lt;br /&gt;** Blogger Backup เวอร์ชั่นที่ผมใช้ประกอบบทความนี้คือเวอร์ชั่น v1.0.7.16 Beta ครับ&lt;br /&gt;2. ทำการติดตั้ง blogger backup จากไฟล์ที่ดาวน์โหลดมา (เพื่อนๆจะต้องมีโปรแกรม .NET Framework 2.0 อยู่ในเครื่องเสียก่อนนะครับ)&lt;br /&gt;3. เมื่อติดตั้งเรียบร้อยแล้วก็เรียกเจ้า blogger backup ขึ้นมาจาก start menu ของเราครับ (Start &gt; Programs &gt; Blogger Backup Utility)&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;4. ในหน้าแรกของโปรแกรม ให้เพื่อนๆคลิกที่ช่องทางขวาของ Available Blog: แล้วเลือก [Add/Update/Remove Blogs] ครับ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;5. ในหน้าต่างที่โผล่ขึ้นมา ให้เพื่อนๆพิมพ์ username และ password สำหรับ login เข้าไปจัดการ blogger ของเพื่อนๆลงในช่องทั้งสอง (ตำแหน่งที่ [ 1 ] ครับ) เมื่อพิมพ์เสร็จแล้วก็ให้คลิกปุ่ม Login to Blogger and Get Blogs ในตำแหน่งที่ [ 2 ] แล้วเพื่อนๆจะเห็น blog ทั้งหมดที่เพื่อนๆมีในอยู่ใน account นี้ ปรากฎขึ้นมาในตำแหน่งที่ [ 3 ] ครับ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;6. เมื่อทำขั้นตอนด้านบนเสร็จแล้ว ก็ให้เพื่อนๆคลิกที่ปุ่ม OK เพื่อกลับมาหน้าแรก และ ให้เพื่อนๆเลือกชื่อบล็อกที่จะทำการ backup จากรายชื่อในช่อง Available Blogs ครับ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;7. ถ้าเพื่อนๆคลิกที่ชื่อบล็อกแล้วเจอหน้าต่าง Blogger Backup - Unhandled Exception เด้งขึ้นมาแบบในรูปด้านล่างนี้ ก็ไม่ต้องตกใจครับ ให้กด OK เพื่อทำขั้นตอนต่อไปได้เลย&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;8. เมื่อเลือกชื่อ blog แล้วเพื่อนๆจะต้องปรับค่าต่างๆ ตามนี้ครับ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;Save post to folder: เลือกตำแหน่งที่จะใช้เก็บไฟล์ backup ของโพสที่ดาวน์โหลดมาเรียบร้อยแล้ว &lt;br /&gt;Overwrite existing backups?: ต้องการให้ไฟล์ที่ดาวน์โหลดมา เขียนทับไฟล์เดิมที่มีอยู่ในเครื่องแล้วเหรือไม่ &lt;br /&gt;Save comments: ให้ backup ความคิดเห็นของทุกโพสด้วยหรือไม่ &lt;br /&gt;Save posts as (format): เลืือกเซฟแบบ 1 โพสต่อ 1 ไฟล์ (one file per post) หรือ แบบเก็บทุกโพสไว้ในไฟล์เดียว(in a single file) &lt;br /&gt;Maximum posts per file: ถ้าเลือกเซฟแบบเก็บในไฟล์เดียว เราสามารถเลือกได้ว่าจะเก็บกี่โพสต่อ 1 ไฟล์ &lt;br /&gt;Get only most recent: ให้ backup เฉพาะโพสใหม่ๆ (Latest ตามด้วยจำนวนโพสที่จะเก็บ ) หรือ เลือกทั้งหมด(Get them all) &lt;br /&gt;Only new posts since: เลือกเก็บบทความที่เริ่มเขียนตั้งแต่เวลาที่กำหนดจนถึงปัจจุบัน &lt;br /&gt;ผมแนะนำว่าควรตั้งค่าตามที่ผมตั้งไว้ให้ดูในรูปนะครับ ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการกู้ข้อมูลกลับไปในภายหลังครับ&lt;br /&gt;เมื่อตั้งค่าต่างๆเรียบร้อยแล้ว ก็ให้เพื่อนๆคลิกที่ปุ่ม Backup Posts ด้านล่าง เพื่อเริ่มทำการ backup ครับ&lt;br /&gt;เมื่อคลิก Backup Posts แล้ว เพื่อนๆจะเห็นรายชื่อของบทความ (title ของบทความ) ปรากฎขึ้นมาในช่องด้านขวามือ และในขณะเดียวกัน โปรแกรมก็จะทำการ backup ของบทความเหล่านี้ โดยไฟล์ที่ได้ทำการ backup จะไปปรากฎอยู่ในโฟลเดอร์ปลายทางที่เราประกาศไว้ใน Save posts to folder ครับ (ชื่อไฟล์คือ title ของบทความ และเป็นไฟล์ชนิด XML ครับ)&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;จบแล้วครับ สำหรับวิธี backup ข้อมูลจาก blogger …แต่เดี๋ยวก่อน บทความยังไม่จบนะครับ เพราะเราจะมาพูดถึงวิธีกู้ข้อมูลกลับไปยัง blog ของเพื่อนๆกันต่อครับ&lt;br /&gt;วิธีกู้ข้อมูลที่ backup แล้ว กลับไปยัง blogger (Restore Blogger Posts)&lt;br /&gt;วิธีการคืนข้อมูลที่เราได้ทำการ backup มาไว้ในเครื่อง กลับไปยัง blogger ก็ทำได้ไม่ยากครับ เพราะเจ้าโปรแกรม Blogger Backup นี้ก็ได้สร้างฟังก์ชั่นดังกล่าวไว้ให้เราเรียบร้อยแล้วครับ&lt;br /&gt;1. เปิดโปรแกรม Blogger Backup Utility ขึ้นมา จากนั้นก็เลือกชื่อ blog ที่ต้องการจะกู้ข้อมูลกลับไป จากในช่อง Available Blogs ครับ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;2. เมื่อเลือกแล้วก็ให้คลิกที่ปุ่ม Restore Posts ที่อยู่ในหน้าเดียวกัน&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;3. ในหน้าต่างที่เด้งขึ้นมา ให้เพื่อนๆเลือกไฟล์ post (ไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาจากขั้นตอนการ backup) ที่ต้องการจะกู้ข้อมูลกลับไป โดยเพื่อนๆสามารถเลือกได้ไม่เกิน 49 ไฟล์นะครับ เพราะกฎของ blogger จะห้ามไม่ให้มีการโพสเกิน 50 โพสต่อวันครับ (หากเกิน 50 ไฟล์ให้แบ่งการกู้ข้อมูลเป็นวันครับ ทยอยกู้วันละ 50 ไฟล์)&lt;br /&gt;4. เมื่อเลือกไฟล์เรียบร้อยแล้วก็ให้กด OK แล้วเพื่อนๆจะเห็นไฟล์ที่ถูกเลือกปรากฎอยู่ในช่องในหน้า Select Post(s) to Restore ครับ&lt;br /&gt;5. เพื่อนๆสามารถเพิ่ม Post ที่ต้องการกู้คืนได้ด้วยปุ่ม Add Post(s) ในหน้า Select Post(s) to Restore ครับ เมื่อเลือกโพสตามที่ต้องการครบแล้ว ก็ให้พิมพ์ username และ password สำหรับ login เข้า blogger และคลิกที่ OK ด้านล่าง เป็นอันเสร็จครับ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;จบแล้วครับ สำหรับวิธี backup พร้อมกู้ข้อมูลกับด้วยโปรแกรม blogger backup หวังว่าเพื่อนๆคงจะชอบนะครับ&lt;br /&gt;แล้วพบกันใหม่ครับ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4925210476965348542-7494576522183682189?l=eak3000.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://eak3000.blogspot.com/feeds/7494576522183682189/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=4925210476965348542&amp;postID=7494576522183682189' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4925210476965348542/posts/default/7494576522183682189'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4925210476965348542/posts/default/7494576522183682189'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://eak3000.blogspot.com/2007/12/backup-blogger.html' title='วิธี backup และกู้ข้อมูลของ Blogger'/><author><name>EAK</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16450560002212309696</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4925210476965348542.post-6270909163012162610</id><published>2007-12-12T12:49:00.000+07:00</published><updated>2007-12-12T12:50:26.815+07:00</updated><title type='text'>วิธีแก้ไวรัส HELLO WORLD i am VB ที่ปรากฎบน Internet Explorer</title><content type='html'>สวัสดีครับเพื่อนๆ&lt;br /&gt;วันนี้ผมจะมาบอกถึงวิธีแก้ไวรัส HELLO WORLD i am VB ที่ปรากฎขึ้นมาบนไตเติ้ลบาร์ (แถบสีน้ำเงินด้านบนสุดของ Internet Browser ต่างๆ) โดยจะสร้างความรำคาญให้กับเพื่อนๆ และยังมีผลข้างเคียงอื่นๆอีกด้วย ซึ่งเดี๋ยวผมจะอธิบายในขั้นตอนต่อไป ส่วนที่มาของไวรัสไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่จะแพร่กระจายผ่านทางเว็บไซต์ และผ่านทางการถ่ายโอนไฟล์จาก USB Drive ด้วยครับ&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;ก่อนอื่นเรามาดูหน้าตาของ title bar ของ Internet Browser ของเราในยามปกติกันก่อน (ในตัวอย่างนี้ผมใช้ Microsoft Internet Explorer ครับ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะเห็นว่า title bar ของ Internet Explorer ในยามปกตินั้นจะประกอบไปด้วยชื่อและรายละเอียดของเว็บ ตามด้วย Windows Internet Explorer หรือ Microsoft Internet Explorer แต่ถ้าเมื่อไหร่เราโดนเจ้าไวรัสตัวนี้เข้าไป ตักอักษรดังกล่าวก็จะถูกแทนที่ด้วย HELLO WORLD i am VB ดังรูปด้านล่างนี้ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะเห็นว่าคำว่า Windows Internet Explorer นั้นถูกแทนที่ด้วย HELLO WORLD i am VB ไปแล้วเรียบร้อย และตามมาด้วยผลข้างเคียงอื่นๆอีก เช่น ถูกยกเลิกการใช้งานของ Task Manager โดยเราจะไม่สามารถเรียกหน้าต่าง Task Manager ขึ้นมาได้ หรือแม้แต่ กด Ctrl+Alt+Del ก็อาจมีข้อความแสดงขึ้นมาว่า “Task Manager has been disabled by your administrator” ซึ่งทำให้เราไม่สามารถทำการปิด process ของไวรัสตัวนี้ได้นั่นเอง&lt;br /&gt;วิธีแก้ไวรัส HELLO WORLD i am VB&lt;br /&gt;ในขณะนี้ได้มีผู้คิดค้นโปรแกรมกำจัดไวรัสตัวนี้ออกมาแล้ว ทำให้การกำจัดเป็นไปได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วครับ ซึ่งผู้คิดค้นโปรแกรมกำจัดไวรัสคือคุณ ธงชัย แสงสว่าง แห่ง trackerx90.th.gs ครับ (ผมขออนุญาติให้เครดิตไว้ตรงนี้เลยละกัน)&lt;br /&gt;เริ่มจาก ให้เพื่อนๆดาวน์โหลดโปรแกรมกำจัดไวรัส HELLO WORLD i am VB ของคุณธงชัย &gt;&gt; ที่นี่ &lt;&lt; ครับ&lt;br /&gt;เมื่อดาวน์โหลดเสร็จแล้ว ก็ให้เพื่อนๆจัดการเสียบ USB Drive (Thumb Drive) ที่คาดว่าจะมีการติดไวรัสไว้กับเครื่องก่อน หรือถ้าไม่ได้ใช้ก็ทำขั้นตอนต่อไปได้เลยครับ&lt;br /&gt;Extract ไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาด้วย winzip หรือ winrar จะได้โฟลเดอร์ชื่อ RUNDLL64.dll.vbs_killer มา ให้เข้าไปในโฟลเดอร์จะพบไฟล์ชื่อเดียวกัน ให้ืำดับเบิ้ลคลิกที่ไฟล์ดังกล่าว แล้วรีสตาร์ทเครื่องหลังได้รับแจ้งว่าทำการกำจัดเรียบร้อยแล้ว ก็เป็นอันเสร็จครับ&lt;br /&gt;หลังจากรีสตาร์ทเครื่องเรียบร้อยแล้ว ให้เพื่อนๆตรวจสอบ title bar ของ Browser ของเพื่อนๆอีกครั้งว่ายังมีชื่อไวรัสติดอยู่หรือไม่ ถ้าไม่พบก็เท่ากับว่ากำจัดไปแล้วครับ&lt;br /&gt;จบแล้วครับ สำหรับขั้นตอนการกำจัดไวรัส HELLO WORLD i am VB&lt;br /&gt;ถ้าเพื่อนๆมีข้อสงสัยหรือคำถามใดๆ ก็สามารถโพส comment ถามไว้ได้นะครับ&lt;br /&gt;ขอบคุณที่ติดตามครับ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4925210476965348542-6270909163012162610?l=eak3000.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://eak3000.blogspot.com/feeds/6270909163012162610/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=4925210476965348542&amp;postID=6270909163012162610' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4925210476965348542/posts/default/6270909163012162610'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4925210476965348542/posts/default/6270909163012162610'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://eak3000.blogspot.com/2007/12/hello-world-i-am-vb-internet-explorer.html' title='วิธีแก้ไวรัส HELLO WORLD i am VB ที่ปรากฎบน Internet Explorer'/><author><name>EAK</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16450560002212309696</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4925210476965348542.post-7483430172534878113</id><published>2007-12-05T19:00:00.000+07:00</published><updated>2007-12-05T19:01:34.282+07:00</updated><title type='text'>วิธีแก้ปัญหา Hotmail ค้างตอน Attach Photo</title><content type='html'>สวัสดีครับเพื่อนๆ&lt;br /&gt;เพื่อนๆที่ใช้บริการ e-mail ฟรีของ Hotmail หรือ Windows Live Hotmail ผ่านทาง Internet Explorer บางท่านอาจจะประสบปัญหาในการใช้คำสั่ง Attach Photo หรืออัพโหลดรูปขึ้นเมลล์ แล้วเกิดหน้าจอค้าง คลิกอะไม่ได้เลย วันนี้ผมนำวิธีแก้ปัญหาดังกล่าวมาฝากครับ&lt;br /&gt;ปัญหาข้างต้นเกิดจากการติดตั้ง ActiveX ที่ไม่สมบูรณ์ครับ ถ้าเพื่อนๆงงว่า ActiveX คืออะไร… ถ้าให้ตอบเป็นวิชาการก็คงจะยาวยืดแน่ๆครับ เอาเป็นว่ามันคือซอฟท์แวร์ที่ทำหน้าควบคุมข้อมูลในเครื่องของเรา ผ่านทางเว็บไซต์น่ะแหละครับ&lt;br /&gt;สำหรับ ActiveX ที่มีปัญหานั้น ชื่อ “Microsoft Photo Upload Control” ครับ ซึ่งเพื่อนๆอาจจะเห็นหน้าค่าตากับมันมาแล้วแว่บนึง เป็นแถบบาร์สีเหลืองๆ&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;เมื่อเห็นแถบบาร์สีเหลืองตามรูปด้านบนแล้ว โดยปกติเพื่อนๆจะต้องทำการคลิก และ install ตัว ActiveX ซึ่งจังหวะที่มันกำลัง install นั้น หน้าต่าง windows จะขาวโล่ง และคลิกอะไรไม่ได้เลย แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ามันค้างไปแล้วนะครับ เพียงแต่ต้องให้เวลามันซักนิดก่อน อาจจะนานถึง 10 นาที ขึ้นอยู่กับความเร็วของอินเตอร์เน็ตที่เพื่อนๆใช้ด้วยครับ&lt;br /&gt;จังหวะที่รอมันนี่แหละ เพื่อนๆบางคนอาจจะใจร้อน นึกว่าคอมค้าง เน็ตเน่า อะไรว่ากันไป เลยจัดการ restart เครื่องไม่ก็ end process มันซะงั้น ซึ่งจริงๆแล้วไม่ถูกต้องนะครับ เพราะเมื่อเพื่อนๆเปิด Internet Explorer ขึ้นมาในครั้งต่อไป และเข้ามายังหน้า Attach รูปนี้อีกครั้ง คราวนี้มันจะค้างของจริงครับ&lt;br /&gt;วิธีแก้เมื่อเราเผลอไปปิด Internet Explorer ขณะมันกำลังติดตั้ง ActiveX นั้น มีขั้นตอนดังนี้ครับ&lt;br /&gt;เริ่มแรกเรามาดูกันก่อนนะครับ ว่าเจ้า ActiveX ตัวปัญหาไปแอบอยู่ตรงไหน&lt;br /&gt;1. ให้เพื่อนๆเปิด Internet Explorer ขึ้นมาแล้วเข้าไปที่ Tools &gt; Internet Options เพื่อเปิดหน้าต่าง Internet Options&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. เลือกแถบ Programs&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. มองหาปุ่ม Manage add-ons แล้วคลิกเข้าไปครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. เมื่อเข้ามาแล้วเพื่อนๆจะเห็นรายชื่อ Add-on ทั้งหมดของ Internet Explorer และก็มีเจ้า MSN Photo Upload Tool อยู่ในนั้นด้วย&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;จากรายชื่อข้างต้น ทำให้เราทราบว่าไฟล์ ActiveX เจ้าปัญหาคือไฟล์ msnpupld.dll นั่นเอง&lt;br /&gt;5. ทีนี้ก็ถึงเวลาจัดการกับปัญหาแล้วล่ะ โดยให้เพื่อนๆนำชื่อไฟล์ ActiveX ที่ได้มา ไปทำการ Search หากตำแหน่งของไฟล์จากในเครื่องครับ โดยให้ไปที่ Start &gt; Search หรือ Start &gt; Search &gt; For Files or Folders (Classic Start Menu) ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6. คลิกที่ All files and folders จากนั้นก็ใส่ชื่อไฟล์ msnpupld.dll ลงไปในช่องแรก แล้วคลิก search ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7. จะได้ผลการค้นหาพร้อมกับที่อยู่ของไฟล์ดังกล่าวด้านหลังครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่เราไม่ต้องตามไปถึงโฟลเดอร์ที่มันให้มาก็ได้ครับ ให้อยู่ในหน้า search นี่แหละ&lt;br /&gt;8. ขั้นตอนต่อไปให้เพื่อนๆคลิกขวาที่ไฟล์ที่เราค้นหาเจอ แล้วคลิกที่ “Remove” เพื่อลบไฟล์ออกไปจากเครื่องครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;9. เมื่อเราลบไฟล์ออกไปแล้ว ที่เหลือก็แค่นำไฟล์ใหม่มาใส่แทน …ทำยังไงน่ะเหรอครับ ก็วิธีเดิมที่ทำให้เพื่อนๆค้างน่ะแหละครับ โดย Login เข้าไปที่บัญชี Hotmail ของเพื่อนๆ เลือก New &gt; Attach &gt; Photo ตามเดิม แต่คราวนี้มันจะไม่ค้างแล้วล่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;10. เมื่อเพื่อนๆเข้ามาในหน้า Attach Photo ได้แล้ว คราวนี้เพื่อนๆจะต้องทำการติดตั้ง ActiveX ใหม่อีกครั้ง โดยให้รอคลิกที่แถบ ActiveX ที่จะโผล่มาเหมือนในรูปแรก แล้วเลือก Install ActiveX&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;11. จากนั้นให้คลิกปุ่ม Install ครับ&lt;br /&gt;อ้อ ถ้าใครขึ้นหน้าต่างคนละแบบมา แล้วมีให้กด Retry ก็กด Retry ไปก่อนครั้งนึง ถึงจะเห็นหน้าต่าง Install ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;12. เมื่อกด Install แล้ว สิ่งที่เพื่อนๆจะต้องทำคือ แก้ไขสิ่งที่เพื่อนๆทำพลาดในครั้งก่อน ด้วยการรออย่างใจเย็นครับ และเมื่อการติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ เพื่อนๆก็จะได้หน้าจออัพโหลดรูปขึ้นไปบน e-mail ของ Hotmail ที่ต้องการแล้วล่ะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จบแล้วครับ สำหรับการแก้ปัญหาหน้าจอค้างของหน้าอัพโหลดภาพใน Hotmail หวังว่าเพื่อนๆที่กำลังเจอปัญหาดังกล่าวคงจะได้ทางแก้แล้วนะครับ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4925210476965348542-7483430172534878113?l=eak3000.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://eak3000.blogspot.com/feeds/7483430172534878113/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=4925210476965348542&amp;postID=7483430172534878113' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4925210476965348542/posts/default/7483430172534878113'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4925210476965348542/posts/default/7483430172534878113'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://eak3000.blogspot.com/2007/12/hotmail-attach-photo.html' title='วิธีแก้ปัญหา Hotmail ค้างตอน Attach Photo'/><author><name>EAK</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16450560002212309696</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4925210476965348542.post-5627938797674603604</id><published>2007-12-05T18:58:00.000+07:00</published><updated>2007-12-05T18:59:04.392+07:00</updated><title type='text'>วิธีลบ www.megaclick.com ออกจาก Firefox</title><content type='html'>สวัสดีครับเพื่อนๆ&lt;br /&gt;เพื่อนๆที่ประสบปัญหาเมื่อเวลาเปิด browser Firefox หรือ Internet Explorer และพิมพ์ที่อยู่ของเว็บไซต์ (URL) ลงไป แต่หน้าต่างกลับแสดงเป็นเว็บไซต์ www.megaclick.com ขึ้นมาแทน (DNS Error - Server cannot be found) &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ถ้าโดนแบบนี้ ไม่ต้องตกใจว่าเป็นไวรัสนะครับ จริงๆแล้วมันคือ plugin ตัวหนึ่งของ Megaupload (เว็บไซต์สำหรับอัพโหลดไฟล์ฟรี) ซึ่งผมเชื่อว่าเพื่อนๆที่เคยไปฝากไฟล์ หรือ ดาวน์โหลดไฟล์จากเว็บดังกล่าวเนี่ย จะต้องเคยติดตั้ง Megaupload Toolbar แน่นอน&lt;br /&gt;เจ้า Megaupload Toolbar นี่แหละครับ ที่เป็นสาเหตุให้เกิดหน้าต่าง megaclick นี้ ถ้าถามว่า เขาทำไปเพื่ออะไร? คำตอบคือ เมื่อมีคน search และคลิกลิ้งค์ในหน้า megaclick นี้ ผู้ผลิต megaupload ก็จะได้รับเงินจาก yahoo ที่เป็นผู้สนับสนุนยังไงล่ะครับ&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;เอาล่ะ เรามาดูวิธีลบเจ้า megaclick นี้ออกจาก browser ของเรากันดีกว่า&lt;br /&gt;วิธีลบ www.megaclick.com ออกจาก Internet Explorer&lt;br /&gt;1. วิธีลบใน IE นั้นทำได้ไม่ยากครับ เริ่มจากให้เพื่อนๆปิดหน้าต่าง browser ทั้งหมดเสียก่อน&lt;br /&gt;2. จากนั้นก็ให้เข้าไปที่ Control Panel และเข้าไปที่เมนู Add or Remove Programs ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. เมื่อเข้ามาแล้ว ก็ให้เพื่อนๆมองหาชื่อ “Megaupload Toolbar” จากในรายการ แล้วก็คลิกที่ Change / Remove เพื่อลบมันทิ้งซะ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;4. เมื่อลบ megaupload toolbar ออกไปแล้ว เพื่อนๆจะเห็นหน้าต่างของ IE เด้งขึ้นมาแจ้งว่า “The Megaupload Toolbar has now been uninstalled.” เท่ากับว่า www.megaclick.com ได้หายไปจาก Internet Explorer แล้วล่ะครับ&lt;br /&gt;แต่… สำหรับเพื่อนๆที่ใช้ browser Firefox จะยังเห็น www.megaclick.com อยู่เหมือนเดิมนะครับ เราต้องลบมันด้วยวิธีที่ต่างออกไป ดังนี้ครับ&lt;br /&gt;วิธีลบ www.megaclick.com ออกจาก browser Firefox&lt;br /&gt;1. ให้เพื่อนๆเปิด browser Firefox ขึ้นมา และปิดหน้าต่างอื่นๆของ firefox ที่ยังเปิดอยู่ให้หมดครับ&lt;br /&gt;2. ในหน้าต่าง Firefox ให้เพื่อนๆคลิกที่ Tools &gt;&gt; Add-ons จากเมนูด้านบนครับ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;3. มองหา plugin (add-on) ที่ชื่อ Megaupload Toolbar จากในรายชื่อ เมื่อเจอแล้วก็ให้คลิกที่ชื่อหนึ่งครั้ง และคลิกที่ปุ่ม Uninstall ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. เมื่อเพื่อนๆคลิก Uninstall แล้ว เพื่อนๆจะเห็นข้อความ “This add-on will be uninstalled when Firefox is restarted.” ก็ให้เพื่อนๆปิดหน้าต่าง Add-ons พร้อมกับปิด browser Firefox ทั้งหมด จากนั้นก็ให้เปิดขึ้นมาใหม่อีกครั้งครับ&lt;br /&gt;5. เมื่อเปิด Firefox ขึ้นมาอีกครั้งแล้ว ก็ให้เพื่อนๆลองทดสอบพิมพ์ URL มั่วๆลงในช่อง address bar ดูนะครับ (เช่น www.fgfpbovw.com) เพื่อนๆจะเห็นว่าเจ้า www.megaclick.com ไม่ขึ้นมากวนใจอีกแล้วล่ะครับ&lt;br /&gt;ลองทำดูนะครับ ถ้าใครยังติดปัญหาอะำไรก็สอบถามมาได้เลยครับ &lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4925210476965348542-5627938797674603604?l=eak3000.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://eak3000.blogspot.com/feeds/5627938797674603604/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=4925210476965348542&amp;postID=5627938797674603604' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4925210476965348542/posts/default/5627938797674603604'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4925210476965348542/posts/default/5627938797674603604'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://eak3000.blogspot.com/2007/12/wwwmegaclickcom-firefox.html' title='วิธีลบ www.megaclick.com ออกจาก Firefox'/><author><name>EAK</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16450560002212309696</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4925210476965348542.post-563653370039128009</id><published>2007-12-05T18:51:00.000+07:00</published><updated>2007-12-05T18:52:52.319+07:00</updated><title type='text'>8 เทคนิคและการปรับแต่ง Browser FireFox ให้เร็วขึ้น</title><content type='html'>สวัสดีครับ เพื่อนๆ&lt;br /&gt;หลายๆคนคงรู้จักและได้ใช้งานสุดยอด web browser จาก Mozilla นั่นก็คือ Mozilla FireFox หรือที่คนไทยเรียกกันว่า “หมาไฟ” กันไปแล้วนะครับ&lt;br /&gt;ที่ว่า Firefox เป็นสุดยอดของ web browser นั่นก็เพราะ ประสิทธิภาพในการเข้าเว็บไซต์ที่รวดเร็ว ไม่เปลืองเวลาโหลด สามารถใช้ได้บนระบบปฎิบัติการหลายยี่ห้อ แถมยังเป็น open source ซึ่งสามารถดาวน์โหลดมาใช้กันได้ฟรีๆอีกด้วยครับ&lt;br /&gt;แต่สาเหตุที่ browser ชนิดนี้ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักแพร่หลายนักในไทย อาจจะเป็นเพราะคนไทยส่วนมากเคยชินกับใช้ Internet Explorer ซึ่งถูกติดตั้งมาพร้อมกับโปรแกรม Windows กันมากกว่า แต่สำหรับชาวต่างประเทศ ดูเหมือนเขาจะมองว่า จะเป็น browser อะไรก็ได้ ขอแค่เร็วก็พอ เลยทำให้ Firefox เป็นที่นิยมสำหรับชาวต่างชาติครับ&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;เกริ่นถึงข้อดีกันมาพอสมควรแล้ว ทีนี้ก็มาถึงข้อเสียของ Firefox กันบ้าง&lt;br /&gt;บราวเซอร์ Firefox เวอร์ชั่นที่ผมใช้อ้างอิงในการเขียนบทความนี้คือเวอร์ชั่น 2.0.0.4 ได้มีการค้นพบจุดบกพร่องจำนวนหนึ่ง โดยจุดที่สำคัญที่สุดดูเหมือนจะเป็นการใช้หน่วยความจำ (RAM) ที่สูงเกินไป ซึ่งอาจทำให้ Firefox ดูไม่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้ที่ทราบปัญหาเหล่านี้ แต่อย่างไหร่ก็ตาม ทาง Mozilla ก็ได้เผยเคล็ดลับในการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับตัวบราวเซอร์เพื่อทดแทนจุดบกพร่องดังกล่าว และนำข้อผิดพลาดไปแก้ไขและพัฒนาตัวโปรแกรมให้ดียิ่งขึ้น โดยคาดหวังว่าเวอร์ชั่น 3.0 จะเป็นบราวเซอร์ที่ปราศจากบั๊ก (bug) นั่นเอง&lt;br /&gt;วันนี้ผมมี 8 วิธีในการปรับแต่งและใช้งานบราวเซอร์ Firefox ให้เร็วยิ่งขึ้นมานำเสนอให้เพื่อนๆได้นำไปใช้กันครับ&lt;br /&gt;1. เพิ่มเนื้อที่สำหรับหน้าจอแสดงผลด้วยการปรับลดขนาดของไอคอนบน Navigation Toolbar&lt;br /&gt;ให้ไปที่ View &gt; Toolbars &gt; Customize… แล้วติ๊กถูกหน้า Use Small Icons จะทำให้ไอคอนต่างๆมีขนาดเล็กลง และมีพื้นที่ในการดูเว็บไซต์มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดเวลาในการโหลดไอคอนขณะเปิดโปรแกรมด้วยครับ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;2. ใช้ปุ่มลัดในการเข้าเว็บไซต์อย่างรวดเร็ว&lt;br /&gt;วิธีนี้ก็ไม่มีอะไรมากครับ เพียงแค่พิมพ์ชื่อเว็บไซต์ที่เราต้องการ แต่ใส่เพียงแค่ชื่อนะครับ เช่น “google” จากนั้นใช้ปุ่มลัดเหล่านี้ในการเติมนามสกุลให้กับชื่อเว็บไซต์โดยไม่ต้องเสียเวลามานั่งพิมพ์ “www” และนามสกุล เช่น “.com” “.net” เป็นต้น&lt;br /&gt;รายชื่อปุ่มลัด&lt;br /&gt;Ctrl+Enter = เติม .com ต่อท้ายชื่อโดยอัตโนมัติ &lt;br /&gt;Shift+Enter = เติม .net ต่อท้ายชื่อโดยอัตโนมัติ &lt;br /&gt;Ctrl+Shift+Enter = เติม .org ต่อท้ายชื่อโดยอัตโนมัติ &lt;br /&gt;3. ปุ่มลัดอื่นๆ ที่ช่วยเพิ่มความเร็วในการสลับหน้า&lt;br /&gt;Ctrl+Tab = สลับหน้า Tab ภายในหน้าต่างเดียวกันไปทางขวา (ในกรณีที่เปิดมากกว่า 1 Tab) &lt;br /&gt;Ctrl+Shft+Tab = สลับหน้า Tab ภายในหน้าต่างเดียวกันไปทางซ้าย (ในกรณีที่เปิดมากกว่า 1 Tab) &lt;br /&gt;Ctrl+ปุ่มหมายเลข 1-9 = ไปยัง Tab ตามหมายเลข (เช่นมี 4 Tabแล้วกด Ctrl+3 ก็จะไปยัง Tab ที่ 3) &lt;br /&gt;4. วิธี Clear Page History ทีละอัน&lt;br /&gt;เนื่องจาก Firefox จะทำการเก็บที่อยู่ของเว็บไซต์ (URL) ที่เราเคยเข้าไปแล้วครั้งหนึ่งไว้ใน address bar หรือช่องที่เราใช้พิมพ์ชื่อเว็บไซต์นั่นเอง ทั้งนี้เพื่อสะดวกในการเข้าเว็บไซต์เดิมในครั้งต่อไป โดยพิมพ์แค่ข้อความบางส่วนในชื่อเว็บไซต์ ส่วนที่เหลือก็จะปรากฎออกมาโดยอัตโนมัติ&lt;br /&gt;แต่สำหรับผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์ส่วนรวม (Shared Computer) หรือใช้กันเองหลายๆในภายในบ้าน ก็อาจจะไม่ต้องการให้คนอื่นๆรู้ว่าเราได้เข้าเว็บไซต์อะไรไปแล้วบ้าง ครั้นจะกด Clear History จาก Option ก็เกรงว่าเว็บไซต์ที่ผู้ใช้อื่นเก็บไว้จะหายไปด้วย เพราะฉะนั้นให้ใช้วิธีลบเป็นอันๆไปครับ วิธีก็ง่ายๆ คือ พิมพ์ชื่อบางส่วนของเว็บไซต์ที่ต้องการลบออกจาก history ลงใน address bar เพื่อให้ URL ของเว็บไซต์นั้นๆปรากฎขึ้นมา แล้วให้นำเคอร์เซอร์ลูกศรของเม้าส์ชี้ไปบน URL ที่ต้องการลบ แล้วกดปุ่ม Delete บน keyboard เท่านั้นเองครับ&lt;br /&gt;5. เข้าสู่เว็บไซต์ที่ทำการ add bookmarks (คล้ายกับการ add favorites ใน IE) ด้วยการกำหนด keyword&lt;br /&gt;วิธีนี้จะทำให้เพื่อนๆเพียงแค่พิมพ์ข้อความสั้นๆลงใน address bar แต่สามารถเข้าสู่เว็บไซต์ที่ทำการเซฟไว้ใน bookmarks ได้อย่างรวดเร็วและง่ายๆ ดังนี้ครับ&lt;br /&gt;ไปที่เมนู Bookmarks &lt;br /&gt;เลือกเว็บไซต์ที่ต้องการกำหนด keyword แล้วคลิกขวาบนชื่อที่ทำการ Bookmark ไว้ แล้วคลิก properties  &lt;br /&gt;ต่อไปก็ให้ใส่คำที่จะใช้เป็นคำค้นหา Bookmark อันนี้ ซึ่งจะ้เขียนเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้เลยครับ ตามชอบ  &lt;br /&gt;สุดท้ายก็แค่ลองใส่คำนี้ลงใน address bar ดูครับ มันจะเข้าเว็บที่เรา bookmark ไว้ให้โดยไม่ต้องมานั่งพิมพ์ชื่อยาวๆอีก &lt;br /&gt;6. เพิ่มความเร็วในการเปิดหน้าเว็บจาก Firefox (เฉพาะผู้ใช้อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง)&lt;br /&gt;วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ใช้อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (broadband connection) เพราะโดยปกติ Firefox จะตั้งให้โหลดสิ่งต่างๆในหน้าเว็บทีขึ้นมาละชิ้น ซึ่งจะไม่ต้องการความเร็วในการเชื่อมต่อมากนัก แต่หากใช้วิธีต่อไปนี้จะทำให้ Firefox โหลดทุกอย่างขึ้นมาพร้อมกันในทีเดียว ทำให้ไม่เหมาะกับอินเตอร์เน็ตประเภท Dial-up ครับ&lt;br /&gt;วิธีทำ&lt;br /&gt;พิมพ์ about:config ลงในช่อง address bar แล้วกด enter&lt;br /&gt;หลังจากนั้นเราจะเห็นสิ่งต่างๆเหมือนดังรูปด้านล่างครับ ให้พิมพ์ “network.http” ลงในช่อง Filter: (กรอบสีแดง) ซึ่งเดี๋ยวเราจะแก้ค่าในส่วนของ Value (กรอบสีฟ้า) กันครับ  &lt;br /&gt;ให้แก้ค่าในช่อง Value โดยการกดดับเบิ้ลคลิกเพื่อเปลี่ยนจาก False เป็น True ตามรายชื่อด้านล่างนี้ึีครับ “network.http.pipelining” เปลี่ยนเป็น “true”&lt;br /&gt;“network.http.proxy.pipelining” เปลี่ยนเป็น “true”&lt;br /&gt;ดับเบิ้ลคลิก “network.http.pipelining.maxrequests” แล้วพิมพ์ 30 ลงไปในช่อง&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;คลิกขวาบนพื้นที่สีขาว (ตรงไหนก็ได้) แล้วเลือก &gt; New &gt; Integer แล้วใส่ “nglayout.initialpaint.delay” ในช่อง Enter preference name และใส่ 0 ลงในช่อง “nglayout.initialpaint.delay” ตามลำดับ &lt;br /&gt;วิธีนี้จะช่วยเอาเวลาที่ firefox ใช้หน่วง (delay) ในการรอรับข้อมูลจากหน้าเว็บออกไปครับ ซึ่งจะทำให้เว็บแสดงผลในทันทีที่เปิดขึ้นมา&lt;br /&gt;7. วิธีจำกัดการใช้หน่วยความจำต่างๆ ใน Firefox&lt;br /&gt;สำหรับเวอร์ชั่นที่ผมเขียนบทความนี้ (2.0.0.4) ได้พบว่ามีบั๊กตัวที่เห็นได้เด่นชัดที่สุดนั่นก็คือ การใช้หน่วยความจำเกินความจำเป็นใน Firefox ซึ่งบางครั้งอาจใช้ไปถึง 50% ของหน่วยความจำทั้งหมดในเครื่องเลยล่ะครับ&lt;br /&gt;อันนี้คือตัวอย่างจากเครื่องของผมเองครับ จะเห็นว่า Firefox ใช้ RAM ไปถึงเกือบ 200MB ซึ่่งถือว่าเยอะมากครับ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;วิธีแก้ไขโดยสมบูรณ์นั้นในขณะนี้ยังไม่มีครับ แต่เราสามารถทำให้ Firefox ลดปริมาณการใช้ พื้นที่ฮาร์ดดิสก์ และ RAM ลงได้ ตามวิธีด้านล่างนี้ครับ&lt;br /&gt;เข้าไปที่ about:config (เหมือนวิํธีในข้อ 6 ครับ) &lt;br /&gt;พิมพ์ “browser.cache.disk.capacity” ลงในช่อง &lt;br /&gt;ดับเบิ้ลคลิกที่ browser.cache.disk.capacity ที่ปรากฎขึ้นมา แล้วใส่ค่า 15000 ลงไปแทนที่ค่าเก่า  &lt;br /&gt;วิธีข้างต้นจะช่วยลดการสร้างพื้นที่เก็บไฟล์ชั่วคราวจาก Firefox ทำให้เรามีพื้นที่ใช้งานเพิ่มขึ้นครับ&lt;br /&gt;ต่อมาจะเป็นการตั้งค่าให้ Firefox ใช้ RAM อย่างจำกัด&lt;br /&gt;ไปที่ about:config &lt;br /&gt;คลิกบนพื้นที่สีขาว เลือก New &gt; Integer &lt;br /&gt;ในช่อง preference name ใส่คำว่า “broser.cache.memory.capacity”  &lt;br /&gt;ช่องต่อมาให้ใส่ค่าที่เราจะใช้จำกัดปริมาณหน่วยความจำชั่วคราวใน Firefox โดยหน่วยเป็น KB ครับ (1024 KB = 1 MB)&lt;br /&gt;สำหรับผมคิดว่าใส่ราวๆ 50000 - 100000 กำลังดีึีครับ  &lt;br /&gt;เมื่อทำทุกขั้นตอนแล้วต้อง restart Firefox ด้วยครับ &lt;br /&gt;8. การใช้หน่วยความจำเสมือนเพื่อแทนที่การใช้ RAM เมื่อย่อหน้าต่าง Firefox&lt;br /&gt;วิธีนี้จะช่วยลดการใช้ RAM ในระหว่างที่เราไม่ได้ใช้งาน Firefox (ขณะย่อหน้าต่างลงไปที่ Taskbar) โดยจะเป็นการสับเปลี่ยนไปใช้หน่วยความจำเสมือน (Virtual Memory) บน Harddisk แทน&lt;br /&gt;วิธีทำ&lt;br /&gt;ไปที่ about:config &lt;br /&gt;คลิกขวาบนพื้นที่สีขาว เลือก New &gt; Boolean &lt;br /&gt;พิมพ์ชื่อ “config.trim_on_minimize” ในหน้าต่าง preference name &lt;br /&gt;เลือกค่า TRUE ในหน้าต่างที่สอง &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;หลังการทดสอบการย่อหน้าต่าง Firefox ลงไปยัง Taskbar ปรากฎว่าการใช้ RAM ลดลงอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ด้านล่างนี้เป็นการเปิด Firefox แบบเต็มหน้าจอ หลังจากเพิ่มคำสั่ง browser.cache.memory.capacity ลงไปใน about:config ครับ สังเกตุได้ว่าการใช้ RAM ลดลงไปมากถึง 80% เลยทีเดียว&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;เป็นอย่างไรบ้างครับ เพียงทำตามขั้นตอนง่ายๆเหล่านี้ เพื่อนๆก็จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของ browser Firefox ให้ทรงพลังขึ้น แถมยังช่วยลดการใช้หน่วยความจำแบบสิ้นเปลืองอีกด้วยครับ&lt;br /&gt;จบแล้วครับสำหรับบทความนี้&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4925210476965348542-563653370039128009?l=eak3000.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://eak3000.blogspot.com/feeds/563653370039128009/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=4925210476965348542&amp;postID=563653370039128009' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4925210476965348542/posts/default/563653370039128009'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4925210476965348542/posts/default/563653370039128009'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://eak3000.blogspot.com/2007/12/8-browser-firefox.html' title='8 เทคนิคและการปรับแต่ง Browser FireFox ให้เร็วขึ้น'/><author><name>EAK</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16450560002212309696</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4925210476965348542.post-5271494482436905103</id><published>2007-12-02T15:10:00.000+07:00</published><updated>2007-12-02T15:12:15.144+07:00</updated><title type='text'>วิธีเพิ่มความเร็วในการโหลดหน้า Desktop ของ Windows</title><content type='html'>สวัสดีครับเพื่อนๆ&lt;br /&gt;เพื่อนๆเคยรู้สึกมั๊ยว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ที่เราใช้งานอยู่เนี่ย มันไม่ได้เร็วเท่าตอนที่เราซื้อมันมาใหม่ๆ ถูกมั๊ยครับ? เป็นเพราะอะไรน่ะเหรอ… คำตอบก็คือการเพิ่มขึ้นของจำนวน “ขยะ” ในเครื่องที่สะสมกันมาจากการใช้งาน จนเป็นสาเหตุให้เครื่องเราต้องทำงานหนักขึ้น และเพิ่มการโหลดที่ไม่จำเป็นเข้ามานั่นเอง&lt;br /&gt;ขยะในคอมพิวเตอร์นี้ มีหลายรูปเลยล่ะครับ ทั้งขยะที่เกิดจากการลงและลบโปรแกรม (Unused Registry) หรือขยะที่เกิดจากการดาวน์โหลดไฟล์ต่างๆจากอินเตอร์เน็ต (Temporary Internet Files) เป็นต้น แต่ในวันนี้ผมจะมาพูดถึงการจัดการขยะที่เกิดจากตัวผู้ใช้คอมพิวเตอร์เอง นั่นก็คือ การจัดการโปรแกรมและไฟล์ต่างๆบน Desktop ครับ&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;พูดถึง Desktop เพื่อนๆบางคนอาจจะยังสงสัยว่ามันคืออะไร?&lt;br /&gt;Desktop ก็คือหน้าต่างแรกสุดที่เพื่อนๆเห็นเมื่อเข้ามาใน Windows นั่นแหละครับ ถ้าหน้าตา desktop ของเพื่อนๆ เต็มไปด้วยไฟล์รกเละเทะเกะกะแบบนี้&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ก็ไม่ต้องสงสัยเลยล่ะครับว่า ทำไม windows ของเพื่อนๆถึงโหลดได้โหลดช้านัก ดังนั้น เรามาจัดการกับไฟล์ที่เกะกะเหล่านี้กันดีกว่า&lt;br /&gt;ก่อนจะเริ่มขั้นตอนการจัดการไฟล์บน desktop ผมขออธิบายเกี่ยวกับไฟล์นิดนึงครับ&lt;br /&gt;ใน windows จะมีไฟล์หลักๆอยู่ 3 ประเภทครับ นั่นก็คือ ไฟล์ทั่วๆไป, Application และ Shortcut ครับ&lt;br /&gt;- ไฟล์ทั่วๆไป ก็คือไฟล์ทุกรูปแบบที่ไม่ได้ใช้สำหรับติดตั้งโปรแกรมครับ เช่น รูปภาพ, Microsoft Word Document, mp3, คลิปวีดีโอ เป็นต้น โดยไฟล์เหล่านี้บ้างก็มีขนาดเล็ก บ้างก็ใหญ่ครับ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;- Application คือไฟล์ที่มีขนาดใหญ่ ส่วนมากจะใช้สำหรับติดตั้งหรือรันโปรแกรมต่างๆ เช่น DreamweaverSetup.exe เป็นต้น&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;- Shortcut คือไฟล์ที่มีขนาดเล็กที่สุด ซึ่งจริงๆแล้ว shortcut ก็คือไฟล์เทียมที่มีไว้ใช้ชี้ไปหาไฟล์จริง (เอ๊ะ… งงหรือเปล่า?) เอาเป็นว่าผมยกตัวอย่างให้ดูละกัน&lt;br /&gt;ไฟล์ A.exe มีขนาด 10 MB ถูกเก็บอยู่ใน C:\Program Files\A\B\C\D\Z\ ซึ่งถ้าเพื่อนๆจะเรียกใช้งานโปรแกรม A.exe แต่ละครั้งก็จะต้องเข้าไปในโฟลเดอร์ลึกๆ ซึ่งจะเสียเวลามาก แต่ถ้าสร้าง Shortcut ของ A.exe แล้วไปวางไว้บน Desktop เพื่อนๆก็จะสามารถเรียกใช้งานโปรแกรม A.exe ได้ง่ายขึ้น แถมไฟล์ Shortcut ก็มีขนาดเล็กมากกว่า A.exe หลายเท่าเลยล่ะครับ&lt;br /&gt;เพื่อนๆสามารถสังเกตุง่ายๆว่าไฟล์ใดเป็น Shortcut ด้วยการมองหาไฟล์ที่มีสัญลักษณ์ลูกศรอยู่บนไอคอนของไฟล์นั่นเอง&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;Windows จะต้องเสียเวลาโหลดไฟล์เหล่านี้ เมื่อเปิดโฟลเดอร์ที่เก็บไฟล์เหล่านี้ขึ้นมา ยิ่งถ้าเป็นไฟล์ที่มีขนาดใหญ่ ก็จะเสียเวลาโหลดมาขึ้น&lt;br /&gt;ทีนี้เพื่อนๆลองคิดดูเล่นๆนะครับ ว่าถ้าเพื่อนๆมีไฟล์พวก Application หรือไฟล์ทั่วๆไปวางสะเปะสะปะอยู่เต็มหน้า Desktop ดังรูปแรก มันจะเกิดอะไรขึ้น …windows ของเพื่อนๆก็จะโหลดอืดไปเลยยังไงล่ะครับ&lt;br /&gt;ทีนี้เรามาดูวิธีจัดการกับไฟล์ต่างๆบน Desktop ของเพื่อนๆกันดีกว่าครับ&lt;br /&gt;วิธีจัดระเบียบไฟล์ต่างๆบน Desktop เพื่อช่วยให้ Windows โหลดเข้าไวขึ้น&lt;br /&gt;พูดถึงการจัดการนี่ผมไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องลบไฟล์นะครับ เพียงแต่เราจะพยายามให้บนหน้า Desktop มีไฟล์เหลืออยู่น้อยที่สุด และไฟล์ที่เหลืออยู่ ก็ต้องมีขนาดน้อยที่สุดด้วยเช่นกัน&lt;br /&gt;1. ใช้ Shortcut แทน Application&lt;br /&gt;เพื่อนๆที่ต้องใช้งาน Application บางตัวอยู่บ่อยๆก็อาจจะใช้วิธีสร้าง Shortcut ขึ้นมาแทนตัว Application โดยตรง เพื่อไม่ได้เสียเวลาในการโหลด application นั้นในตอนเริ่ม windows ครับ&lt;br /&gt;ตัวอย่างวิธีสร้าง Shortcut นะครับ&lt;br /&gt;ถ้าผมต้องการสร้าง Shortcut สำหรับโปรแกรม Hijack This! (เป็นโปรแกรมที่ไม่ต้องติดตั้งก็สามารถกดใช้ได้เลย) โดยเริ่มแรกผมก็จัดการย้ายโปรแกรมดังกล่าวออกจาก desktop ไปวางไว้ในโฟลเดอร์ๆหนึ่ง จากนั้นก็คลิกขวาที่ตัว Application แล้วเลือก Send To &gt;&gt; Desktop (create shortcut) ครับ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;เท่านี้ เพื่อนๆก็จะได้ shortcut ของ application ที่ต้องการมาอยู่บน desktop แล้วล่ะครับ แถมยังลดปริมาณการโหลดหน้า Desktop ในขณะ startup ได้อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. เก็บไฟล์ที่ไม่จำเป็นเข้าโฟลเดอร์&lt;br /&gt;วิธีนี้สามารถทำได้ง่ายๆ โดยสร้างโฟลเดอร์ขึ้นมาใหม่ขึ้นมาเพื่อเก็บไฟล์ที่ไม่ค่อยได้ใช้งานบน Desktop ไว้รวมกัน โดยเพื่อนๆควรจะแยกเป็นหลายๆโฟลเดอร์ และตั้งชื่อโฟลเดอร์ตามชนิดของไฟล์ที่นำไปเก็บ เช่น ไฟล์รูป ก็อาจจะตั้งชื่อโฟลเดอร์ว่า “Picture” เป็นต้น&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;อ้อ เพื่อนๆสามารถสร้าง shortcut สำหรับเรียกโฟลเดอร์ที่เพื่อนๆใช้เก็บไฟล์ที่ต้องใช้บ่อยๆ ไว้บน desktop เพื่อช่วยลดการทำงานของ Windows ได้ครับ&lt;br /&gt;3. จัดกลุ่ม Shortcut &lt;br /&gt;ในกรณีที่เพื่อนๆมี Shortcut อยู่เยอะ เพื่อนๆก็สามารถใช้วิธีเก็บ shortcut ประเภทเดียวกัน ไว้ในโฟลเดอร์เดียวกัน เช่นเดียวกับวิธีในข้อ 2 เพื่อลดอัตราการโหลด desktop ได้เช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. เก็บ Desktop icon ที่ไม่จำเป็น&lt;br /&gt;เพื่อนๆสามารถเก็บ Desktop icon ที่เพื่อนๆไม่ได้ใช้ (เช่น My Network Places) ได้โดยการคลิกเม้าส์ขวาบน desktop แล้วเลือก Properties (หรือ Control Panel &gt;&gt; Display)&lt;br /&gt;ในหน้าต่าง Display Properties ให้เพื่อนๆเลือกแถบ Desktop ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในแถบ Desktop ให้คลิกปุ่ม Customize Desktop… ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในหน้าต่อมา ให้เพื่อนๆเอาเครื่องหมายถูกออกจาก Desktop icon ที่ไม่ได้ใช้งานครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อกด OK ด้านล่าง ไอคอนเหล่านั้นก็จะถูกลบไปครับ (เพื่อนๆสามารถนำไอคอนเหล่านั้นกลับมาใช้งานได้ โดยเข้ามาที่เมนูเดิมครับ)&lt;br /&gt;** ขั้นตอนนี้ใช้ได้เฉพาะ Windows XP เท่านั้นนะครับ&lt;br /&gt;5. ใช้ Software มาช่วยในการจัดการ&lt;br /&gt;สำหรับวิธีนี้ เพื่อนๆจะได้ Desktop ที่โล่งและใช้งานง่ายกว่าเดิมมากครับ แต่อาจจะต้องแลกกับการใช้หน่วยความจำเล็กน้อยในการเปิด software ตัวหนึ่งตลอดเวลา โดย software ที่ผมจะเอามาแนะนำให้เพื่อนๆนำไปใช้จัดการ desktop มีอยู่สองตัวครับ&lt;br /&gt;Rocketdock&lt;br /&gt;ใครที่เคยใช้ MAC OS X ก็คงจะคุ้นเคยกับ Taskbar ใสๆของมันมาแล้ว สำหรับเพื่อนๆที่ยังไม่เคยใช้ก็ไม่เป็นไรครับ เพราะเจ้า Rocketdock เนี่ย ก็หน้าตาคล้ายๆกันเลยล่ะ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;เพื่อนๆสามารถยัด desktop icon หรือ shortcut ของโปรแกรมต่างๆลงใน RocketDock ได้ตามเท่าที่ต้องการ โดยที่ไม่ทำให้เวลาในการโหลด Desktop เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด และที่สำคัญเจ้า RocketDock นี้ยังใช้งานง่ายมากๆ เพราะมันสามารถเปลี่ยนเป็นภาษาไทยได้ด้วย!&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;เพื่อนๆสามารถดาวน์โหลด RocketDock ได้ฟรีที่นี่ครับ –&gt; RocketDock (เลือกหน้า Download นะ)&lt;br /&gt;Stardock’s Object Dock&lt;br /&gt;เจ้าตัวนี้จะค่อนข้างต่างกับ RocketDock อยู่หลายแห่ง ดังนี้ครับ&lt;br /&gt;- มี Gadget แถมมาให้ เช่น ปฎิทิน, พยากรณ์อากาศ และอื่นๆอีกมาก (เลือกใช้ได้)&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;- สามารถเลือกวาง Dock ได้มากกว่า 1 อัน บน desktop (ถ้าเป็น roketdock จะมีแค่อันเดียว)&lt;br /&gt;- เปลืองหน่วยความจำมากกว่า RocketDock (ใครที่คอมเร็วๆก็ไม่ต้องใส่ใจครับ)&lt;br /&gt;- เป็น Shareware ! (เอาน่า ของดีก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนกันบ้าง)&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม และ ดาวน์ฺโหลด Stardock’s Object Dock –&gt; ที่นี่&lt;br /&gt;เพื่อนๆก็เลือกดูละกันนะครับ ว่าจะใช้ตัวไหน แต่โดยส่วนตัวแล้วผมแนะนำว่า ใช้แค่ RocketDock ก็เพียงพอแล้วล่ะครับ เน้นประสิทธิภาพ มากกว่าความหรู (แถมเสียตัง) จะดีกว่าครับ&lt;br /&gt;จบแล้วครับ สำหรับบทความนี้ หวังว่าคงเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆนะครับ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4925210476965348542-5271494482436905103?l=eak3000.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://eak3000.blogspot.com/feeds/5271494482436905103/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=4925210476965348542&amp;postID=5271494482436905103' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4925210476965348542/posts/default/5271494482436905103'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4925210476965348542/posts/default/5271494482436905103'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://eak3000.blogspot.com/2007/12/desktop-windows.html' title='วิธีเพิ่มความเร็วในการโหลดหน้า Desktop ของ Windows'/><author><name>EAK</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16450560002212309696</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4925210476965348542.post-6247020465612397378</id><published>2007-12-02T14:39:00.000+07:00</published><updated>2007-12-02T14:47:54.367+07:00</updated><title type='text'>วิธีปรับแต่ง Windows XP ให้เร็วขึ้น ตอนที่ 1</title><content type='html'>สวัสดีครับเพื่อนๆ&lt;br /&gt;พูดถึงการปรับแต่ง Windows XP เพื่อนๆหลายคนคงจะสงสัยว่าทำไมเราถึงต้องปรับแต่ง และปรับไปทำไม ปรับแล้วได้อะไร …ผมมีคำตอบให้ครับ&lt;br /&gt;ลองนึกถึงราคาของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เพื่อนๆซื้อมาสิครับ ผมคิดว่าคงหลักหมื่นแน่ๆแหละ ยิ่งถ้าเป็นคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค ก็คงราคาสูงแน่นอน เพราะด้วยราคาสูงนี้ เพื่อนๆก็คงอยากจะได้คอมพิวเตอร์ที่ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ และสามารถเก็บข้อมูลได้มากๆ ถูกมั๊ยครับ? นี่แหละครับ เหตุผลที่เราควรจะปรับแต่งคอมพิวเตอร์ของเราให้ใช้งานได้อย่างเต็มที่ ซึ่งวิธีที่ผมจะนำเสนอต่อไปนี้ จะช่วยเพิ่มความเร็วในการใช้งานโปรแกรม Microsoft Windows XP ได้ถึง 10% - 20% เลยทีเดียว แถมทำได้ไม่ยากด้วย ตามผมมาเลยครับ&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;ในช่วงแรกนี้ ผมจะขออธิบายการเพิ่มความเร็วของ Windows XP ด้วยการ ปิด service ที่ไม่จำเป็น&lt;br /&gt;services คืออะไร?&lt;br /&gt;services ก็คือชุดคำสั่ง หรือ หน่วยประมวลผลซึ่งระบบปฏิบัติการ (ในที่นี้คือ Microsoft Windows) ใช้ควบคุมหรือสั่งการ Hardware และ Software เช่น Automatic Update service ก็คือ service ที่ใช้ควบคุมการ update windows นั่นเอง&lt;br /&gt;การปิด service มีผลดีคือ ช่วยเพิ่มหน่วยความจำ (main memory) ที่เสียไปกับการเปิดใช้งาน service ที่ไม่จำเป็นกลับคืนมาสู่ระบบ และยังทำให้ windows ไม่ต้องเสียเวลาโหลด service ที่ไม่จำเป็นเหล่านี้ในระหว่างการ startup เข้า windows อีกด้วย (มีผลทำให้การโหลดเข้า windows เร็วขึ้น)&lt;br /&gt;การเข้าสู่หน้าต่าง service&lt;br /&gt;เริ่มจากเข้าไปที่ Control Panel&lt;br /&gt;Start &gt; Control Panel&lt;br /&gt;หรือ Start &gt; Settings &gt; Control Panel&lt;br /&gt;ในมุมมองแบบ classic view ให้ดับเบิ้ลคลิกไอคอน Administrative Tools&lt;br /&gt;ในมุมมองแบบ category view ให้เลือกตามนี้ครับ Performance and Maintenance &gt; Administrative&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่อมา ให้เข้าไปที่ Services&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะเห็นหน้าต่างเหมือนรูปด้านล่าง&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ถึงตรงนี้จะเป็นการปิด service ที่ไม่จำเป็น ก่อนจะเริ่มขั้นตอน ผมอยากจะบอกให้เพื่อนๆทราบก่อนว่า การปิด service นั้นใช่ว่าจะไม่มีผลข้างเคียง โดยผลข้างเคียงนั้นอาจเกิดขึ้นในกรณีที่ซอฟท์แวร์บางตัวพยายามจะเรียกหา service ที่ถูกปิดไป เช่น ที่บ้านไม่มี printer จึงปิด printer service ไว้ แต่เมื่อซื้อ printer มาติดตั้งในภายหลัง มันจะไม่สามารถสั่งพิมพ์ได้ จนกว่าเราจะมาเปิด service นั้นอีกครั้งนั่นเอง แต่ทั้งนี้ในรายชื่อ service ที่ผมจะกล่าวต่อไปนั้น โดยส่วนมากจะสามารถปิดได้โดยไม่มีผลกระทบใดๆกับเครื่องครับ หรือถ้าเพื่อนๆต้องการศึกษาเพิ่มเติ่มเกี่ยวกับ service และ process ต่างๆ ผมแนะนำให้เปิดดูจากเว็บนี้ครับ Process Library&lt;br /&gt;รายชื่อต่อไปนี้ คือรายชื่อ service ที่เพื่อนๆสามารถปิดเพื่อเพิ่มความเร็วให้กับ Windows ครับ&lt;br /&gt;Automatic Update - ปิดการทำงานของตัว windows update ช่วยลดการค้นหาตัว update ในระหว่าง startup ควรจะปิดหลังจาก update ครั้งสำคัญๆผ่านไปก่อน เช่น update service pack2 &lt;br /&gt;ClipBook &lt;br /&gt;COM+ Event System &lt;br /&gt;COM+ System Application &lt;br /&gt;Error Reporting Service &lt;br /&gt;Help and Support - ถ้าปกติไม่ได้ใช้ปุ่ม F1 เพื่อดู Help ของ windows ก็ปิดเลยครับ &lt;br /&gt;Indexing Service - เป็นการจัดดัชนีของไฟล์เพื่อทำให้การ search หาไฟล์ในเครื่องเป็นไปได้เร็วขึ้น ซึ่งถ้าไม่ได้ใช้คำสั่ง search บ่อยๆก็ปิดเลยครับ &lt;br /&gt;Infrared Monitor - อันนี้ตัวควบคุมสัญญาณอินฟาเรดครับ ถ้าได้ไม่ใช้ก็ปิดเลยครับ &lt;br /&gt;Messenger - เป็น Windows Messenger ครับ ไม่ใช่ MSN Messenger ซึ่งในบางเครื่อง เจ้าตัวนี้จะมาคอยแข่ง Sign in กับตัวโปรแกรม MSN Messenger ครับ &lt;br /&gt;NetMeeting Remote Desktop Sharing &lt;br /&gt;Print Spooler - นี่ล่ะครับ ตัวควบคุัมการสั่งพิมพ์จาก Printer ที่ผมว่า ถ้าเครื่องเพื่อนๆต่อใช้งาน Printer อยู่ก็ไม่ควรปิดตัวนี้ครับ &lt;br /&gt;Remote Registry &lt;br /&gt;Routing and Remote Access &lt;br /&gt;System Restore Service - เป็นระบบ backup ของ windows ครับ ถ้าคอมพิวเตอร์ของเพื่อนๆไม่ติดไวรัสร้ายแรง หรือ ไฟดับบ่อยๆก็สามารถปิดได้ครับ เพราะเจ้าตัวนี้จะกินพื้นที่ฮาร์ดดิสก์ และหน่วยความจำสูงพอสมควร &lt;br /&gt;TCP/IP NetBIOS Helper - สำหรับคนที่ต้องยุ่งเกี่ยวกับทางด้าน network อันนี้ไม่ใช่ตัว TCP/IP นะครับ แต่เป็นตัว Helper ซึ่งไม่จำเป็นเท่าไหร่ครับ สามารถปิดได้โดยไม่มีผลกระทบ &lt;br /&gt;Telnet &lt;br /&gt;จากรายชื่อด้านบน ชื่อ service สีแดง คือ service ที่มีผลกระทบกับการทำงานของ windows หรือ hardware บางตัว ซึ่งผมเขียนข้อจำกัดกำกับไว้แล้ว ถ้าเพื่อนๆติดตรงข้อจำกัดไม่ก็สามารถปิด service ตัวนั้นได้โดยไม่มีปัญหาครับ&lt;br /&gt;ส่วน service ชื่อสีน้ำเงิน คือ service ที่สามารถปิดได้โดยไม่มีผลกระทบครับ&lt;br /&gt;ขั้นตอนการปิด service ที่ไม่จำเป็น&lt;br /&gt;ในหน้าต่าง services ให้ คลิกขวา บนชื่อ service ที่ต้องการปิดจากรายชื่อด้านบน แล้วเลือก properties&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ให้ดูตรง Service Status: ถ้าเป็น Started ให้คลิกปุ่ม Stop แต่ถ้าเป็น Stopped อยู่แล้วก็ไม่ต้องทำอะไรครับ ให้ทำขั้นตอนต่อไป&lt;br /&gt;ต่อมาก็ให้เปลี่ยน Status Type เป็น Disabled ครับ&lt;br /&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_CARfK4iK1QU/R1Ji-lLRuCI/AAAAAAAAAAc/QjsbLkyzmlM/s1600-R/untitled.bmp"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://4.bp.blogspot.com/_CARfK4iK1QU/R1Ji-lLRuCI/AAAAAAAAAAc/292nLVEjtgQ/s320/untitled.bmp" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5139278952053979170" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อเลือกเป็น Disabled แล้ว ต่อไปก็เพียงคลิกปุ่ม OK ด้านล่าง ก็จะเสร็จการปิด service หนึ่งแล้วตัว ง่ายใช่มั๊ยล่ะครับ ทีนี้เพื่อนๆก็ทำต่อไปจนครบทั้งหมดรายชื่อ service ที่ไม่จำเป็นด้านบนน่ะแหละครับ เมื่อทำครบหมดแล้วเพื่อนๆก็จะได้ Windows ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ลดการโหลด service ที่ไม่จำเป็นระหว่างการบูทเข้าวินโดวส์ และมีหน่วยความจำเพิ่มขึ้น อีกทั้งพื่นที่ในฮาร์ดดิสก์ก็เพิ่มขึ้นด้วยครับ&lt;br /&gt;จบแล้วครับ สำหรับวิธีการปรับแต่ง Windows XP ให้เร็วขึ้น ตอนที่ 1&lt;br /&gt;ไว้พบกันใหม่ในตอนที่ 2 เร็วๆนี้ครับ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4925210476965348542-6247020465612397378?l=eak3000.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://eak3000.blogspot.com/feeds/6247020465612397378/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=4925210476965348542&amp;postID=6247020465612397378' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4925210476965348542/posts/default/6247020465612397378'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4925210476965348542/posts/default/6247020465612397378'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://eak3000.blogspot.com/2007/12/windows-xp-1.html' title='วิธีปรับแต่ง Windows XP ให้เร็วขึ้น ตอนที่ 1'/><author><name>EAK</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16450560002212309696</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_CARfK4iK1QU/R1Ji-lLRuCI/AAAAAAAAAAc/292nLVEjtgQ/s72-c/untitled.bmp' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-4925210476965348542.post-6447907943016712904</id><published>2007-12-02T14:22:00.000+07:00</published><updated>2007-12-02T14:26:35.816+07:00</updated><title type='text'>วิธีแก้ไวรัส MSN ส่งไฟล์ pic.zip / photos.zip อัตโนมัติ</title><content type='html'>ช่วงนี้เพื่อนๆหลายคนอาจจะประสบกับปัญหาการระบาดของไวรัสตัวใหม่ ที่มาในรูปของไฟล์นามสกุล .zip (Winzip) ส่งผ่านมาทางโปรแกรม chat ยอดนิยม MSN Messenger หรือ Windows Live Messenger นั่นก็คือเจ้าไวรัส MSN-pic.zip หรือ Win32/Delf.ADS trojan นั่นเอง&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;ลักษณะการแพร่ระบาดของไวรัสชนิดนี้ที่เห็นได้ชัดก็คือ บุคคลที่อยู่ในรายชื่อเพื่อนใน MSN ของผู้ที่ติดไวรัส จะได้รับไฟล์จากผู้ที่ติดไวรัส โดยที่ผู้ติดไวรัสไม่ได้เป็นผู้ส่งไฟล์ดังกล่าว (ถูกส่งมาโดยอัตโนมัติ) โดยไฟล์ที่ถูกส่งมาจะมีชื่อไฟล์ในลักษณะแบบนี้ครับ&lt;br /&gt;photos.zip &lt;br /&gt;pic.zip &lt;br /&gt;pics.zip &lt;br /&gt;PIC1273.zip &lt;br /&gt;image.zip &lt;br /&gt;หรือในบางครั้ง ก็จะมาในรูปแบบของข้อความภาษาอังกฤษแปลกๆ แบบนี้ครับ&lt;br /&gt;Hey :-), I just took this picture, sexy isnt it :-p? &lt;br /&gt;What do you think of my photo editing skills? &lt;br /&gt;Which one do you like in this pic, the black one or the blue one? &lt;br /&gt;This is what happens when you eat to many chips :-p &lt;br /&gt;Look what i made out of cans!! haah :-p! &lt;br /&gt;:-p this was halarious at that party a while back &lt;br /&gt;Hey I have a new pic, what do ya think? &lt;br /&gt;Check this out this pic is so freaking cool &lt;br /&gt;Hahahaha, do you remember this picture? &lt;br /&gt; Check this out! Nearly laughed my ass off!! &lt;br /&gt;hey wats up.. have you seen this pic of harry potter? &lt;br /&gt;can i up some of these pics of ya to my myspace profile? &lt;br /&gt;This picture isn't you… right? &lt;br /&gt;นอกจากนี้เจ้าไวรัส Win32/Delf.ADS trojan ยังมีผลข้างเคียงทำให้ผู้ที่ติดไวรัสไม่สามารถใช้งาน Windows Registry Editor (regedit) และ ถูกปิดการใช้งานระบบ Firewall และระบบ Security บางอย่างใน windows อีกด้วย&lt;br /&gt;วิธีแก้ไวรัส Win32/Delf.ADS trojan&lt;br /&gt;สำหรับวิธีแก้นั้น คุณธงชัย แสงสว่าง แห่ง www.TrackerX90.th.gs เจ้าเก่า ก็ได้สร้างโปรแกรมฆ่าไวรัสตัวนี้ ออกมาแจกให้พวกเราได้ดาวน์โหลดไปใช้กันฟรีๆ ที่นี่ครับ ---&gt; &lt;a href="http://www.cartoonikkyu.com/trackerx90/Compressed/msn_worm_killer.zip"&gt;โปรแกรมฆ่าไวัรัส MSN-pic.zip โดย คุณธงชัย แสงสว่าง&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;เพื่อนๆที่รู้ตัวว่าติดไวรัสดังกล่าว ก็สามารถดาวน์โหลดโปรแกรมดังกล่าว และเปิด (ดับเบิ้ลคลิก) มันขึ้นมา โปรแกรมก็จะจัดการหาไวรัสพร้อมทั้งขจัดมันให้โดยอัตโนมัติในขั้นตอนเดียวเลยล่ะครับ ยอดเยี่ยมจริงๆ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;เท่านี้เครื่องคอมพิวเตอร์ของเพื่อนๆก็จะปราศจากไวรัส Win32 / Delf.ADS trojan แล้วล่ะครับ&lt;br /&gt;วิธีป้องกันไวรัส Win32/Delf.ADS trojan&lt;br /&gt;มาถึงวิธีป้องกันเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราจากไวรัสตัวนี้นะครับ&lt;br /&gt;ลำดับแรก เมื่อเพื่อนๆเห็นว่ามีการส่งไฟล์ที่ไม่รู้จักมาจากเพื่อนคนใดคนหนึ่งในรายชื่อของ MSN ก็ให้รีบ cancle การส่งไฟล์ และแจ้งให้เพื่อนที่เป็นผู้ส่งทราบ พร้อมทั้งแนะนำวิธีแก้ไขให้เขาในทันที เพื่อป้องกันการแพร่กระจายมากขึ้นครับ&lt;br /&gt;การป้องกันอีกหนึ่งทางก็คือการขยันอัพเดต windows (หรือเปิดใช้ automatic update) และพยายามอัพเดตโปรแกรมป้องกันไวรัสที่ติดตั้งไว้ในเครื่องของเราบ่อยๆนั่นเอง&lt;br /&gt;จบแล้วครับ สำหรับบทความนี้&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/4925210476965348542-6447907943016712904?l=eak3000.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://eak3000.blogspot.com/feeds/6447907943016712904/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=4925210476965348542&amp;postID=6447907943016712904' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4925210476965348542/posts/default/6447907943016712904'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/4925210476965348542/posts/default/6447907943016712904'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://eak3000.blogspot.com/2007/12/msn-piczip-photoszip.html' title='วิธีแก้ไวรัส MSN ส่งไฟล์ pic.zip / photos.zip อัตโนมัติ'/><author><name>EAK</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16450560002212309696</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry></feed>
